การเดินทางของ “แร็พเตอร์” สู่ “เกาะคอเขา” เกาะลึกลับแห่งอันดามัน

การเดินทางได้นำพาชีวิตไปสู่เส้นทางใหม่ๆ เสมอ…และครั้งนี้ก็เช่นกัน ไม่คิดเลยว่าเกาะเล็กๆ ริมชายฝั่งทะเลอันดามันจะมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และมีความสวยงามมากขนาดนี้ นี่ถ้าไม่ได้ทีมงานพันธุ์แกร่งของฟอร์ด ประเทศไทย จัดเส้นทางให้ขับเจ้าแร็พเตอร์ กระบะความเร็วสูง ออฟโรดตัวจริง จอมโหดโคตรมหากาฬ! (เวอร์ไปมั้ย) เข้าไปถึงเกาะคอเขา จ.พังงา ผมต้องเสียใจไปตลอดแน่ๆ..เมืองไทยคือสวรรค์ของนักท่องเที่ยวจริงๆ

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ จอมโหด ออฟโรดขนาดแท้!

ด้วยชื่อชั้นของ “ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์” (Ford Ranger RAPTOR) เป็นรู้ที่กันว่ามีความแกร่ง สมรรถนะสูงและฉลาดเฉลียว ว่องไวตามคาแร็คเตอร์ของเจ้าแร็พเตอร์ยอดนักล่าอยู่แล้ว แต่ใครจะมีโอกาสได้ลองใช้งานโหมดการขับระบบ Terrain Management System (TMS) ได้ทุกโหมดในทุกเส้นทางแบบนี้คงหาได้ยาก นั่นจึงเป็นที่มาของการเดินทางในครั้งนี้ ซึ่งทางฟอร์ดจัดเต็มเหมือนเช่นเคย

ฟอร์ด เอเวอเรส ตัวแกร่งสามัญประจำบ้าน เมื่อครั้งเดินทางข้ามประเทศไปยัง สปป.ลาว ท่องเที่ยวในลาวใต้

ฟอร์ด เรนเจอร์ กระบะพันธุ์แกร่ง สมรรถนะจัดจ้านพามุดอุโมงค์เหมืองเก่ากันมาแล้ว!

หากมองย้อนไปก่อนหน้านี้ ฟอร์ด ได้พาไปตะลุยมุดอุโมงค์เหมืองเก่า, ลุยเส้นทางสุดท้าทายจากไทยสู่ลาวใต้ คลุกฝุ่นกันอุตลุด และครั้งนี้มีครบทุกอย่างทั้งเส้นทางที่พร้อมไปด้วยหิน ดิน โคลน หญ้าและทราย พูดได้เลยว่าใช้ทุกโหมดที่เจ้าแร็พเตอร์มี รวมทั้งปรับระบบขับเคลื่อนทั้งแบบ 2 และ 4 ล้อ 4L 4H กันอย่างเต็มที่ให้ได้รู้สึกถึงสมรรถนะที่แท้จริง ซึ่งมีน้อยค่ายที่จะจัดเส้นทางได้โหด มันส์ ฮา ขนาดนี้

ภูตาจอ ยอดเขาที่สูงที่สุดของ จ.พังงา

ทำไม Humanroadjourney ต้องมาเน้นที่เกาะคอเขา ทั้งที่ในทริปนี้มีสถานที่อื่นที่เป็นจุดหมายอย่าง เส้นทางธรรมชาติสู่ภูเขาหินปูนที่สลับซับซ้อนอันสวยงามและท้าทายไปยัง ภูตาจอ ยอดเขาที่สูงที่สุดของ จ.พังงา เป็นจุดชมวิวที่อยู่บนระดับความสูงกว่าน้ำทะเลเกือบ 1,300 เมตร ที่สามารถมองเห็นวิวทะเลอันดามันได้รอบ 360 องศา ที่สวยงามไม่แพ้กัน เพราะว่าที่ “เกาะคอเขา” เหมาะกับชื่อทริปนี้แถมยังเหมาะกับคาแร็คเตอร์ของเรามากๆ นั่นคือ  “Ford Ranger Raptor – The Mysterious Journey” (อะไรที่เป็น Journey ตีเหมาว่าเหมาะสมกับเราทุกประการ ฮ่าๆๆ)

R-Day (Raptor) ฝูงแร็พเตอร์ ยกพลขึ้นบกที่เกาะคอเขา

การจะไปที่เกาะคอเขา จะต้องขับรถไปขึ้นเรือเฟอร์รี่ที่ท่าเรือบ้านน้ำเค็ม จ.พังงา ซึ่งใช้เวลา 10 นาที ก็ไปถึงเกาะแล้ว เพราะว่าเกาะแห่งนี้มีสภาพกลายเป็นเกาะเพราะถูกคลองตะกั่วป่่ากัดเซาะแบ่งแผ่นดินออกเป็นสอง สภาพที่เห็นจึงมีเนินทรายให้เห็นเป็นระยะเมื่อเป็นช่วงน้ำลง ซึ่งเกาะคอเขาโดนคลื่นสึนามิซัดถล่มราบไปทั้งเกาะเมื่อ พ.ศ.2547 แต่ตอนนี้กลับมาอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์แล้ว และเริ่มมีนักท่องเที่ยวจากต่างชาติเข้ามาพักผ่อนอยู่เรื่อยๆ สภาพของธรรมชาติยังถือว่าอุดมสมบูรณ์มีความเงียบสงบ เหมาะกับการพักผ่อนระยะยาวมากทีเดียว

ชายหาดที่ทอดยาวของเกาะคอเขา 

หมายเหตุ **ฟอร์ดได้รับอนุญาตจากเอกชนผู้ถือกรรมสิทธิ์พื้นที่หาดแห่งนี้ในการจัดกิจกรรม พื้นที่ดังกล่าวจะกลับสู่สภาพเดิมในไม่ช้า โดยได้เตรียมความพร้อมและระมัดระวังในทุกขั้นตอนเพื่อให้แน่ใจว่าการจัดกิจกรรมนี้ไม่เป็นการรบกวนสิ่งมีชีวิตใดๆ ระหว่างการขับขี่**

เกาะคอเขา ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลอันดามัน นอกจากจะมีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ ป่าชายเลนผืนใหญ่ที่ทอดตัวทางทิศตะวันออกและหาดทรายขาวทางทิศตะวันตกแล้ว ยังมีร่องรอยความเจริญของวัฒนธรรมในอดีต จากการสันนิษฐานของนักโบราณคดี เดิมที่นี่เป็นเส้นทางการค้าข้ามคาบสมุทรของชาวอินเดีย จีน อาหรับ และมลายู เนื่องจากเป็นเมืองท่าค้าขายและที่จอดเรือหลบมรสุม บ่งบอกประวัติศาสตร์ของเกาะแห่งนี้ที่มีมานานนับพันปีอีกด้วย

แหล่งโบราณคดีบ้านทุ่งตึก

ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง พบมากบนเกาะแห่งนี้

ในอดีตจะพบลูกปัดแบบนี้มากมาย จึงเชื่อว่าเป็นแหล่งการค้าในสมัยโบราณ

โดยหลายแห่งบนเกาะคอเขาถือเป็นแหล่งโบราณคดีและมีพันธุ์ไม้หายากอยู่หลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นแหล่งโบราณคดีบ้านทุ่งตึก ในบริเวณนี้มีซากอาคารโบราณสถานอยู่ถึง 3 แห่ง และยังได้พบฐานเทวรูป สัญลักษณ์รูปเคารพในศาสนาพราหมณ์ เหรียญเงินอินเดีย เศษภาชนะดินเผาที่ผลิตในสมัยราชวงศ์ถังของจีน และเครื่องแก้วของชาวเปอร์เซีย จากโบราณวัตถุที่พบเป็นจำนวนมาก จึงสันนิษฐานได้ว่า แหล่งโบราณคดีแห่งนี้อาจจะเป็นศูนย์กลางในการค้าขายของศรีวิชัย..นี่ไงล่ะ ดูเป็นเกาะธรรมดาที่ถูกลืม แต่จริงๆ แล้วมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

แต่น่าเสียดายที่เราพักอยู่บนเกาะเพียงแค่ 2 คืน ยังซึมซับบรรยากาศความสงบและความสวยงามของเกาะคอเขายังไม่เต็มอิ่มเลย เอาเป็นว่าต้องหาเวลาไปพักผ่อนอีกสักรอบ ส่วนใครที่สนใจ..อยากให้ลองไปสัมผัสด้วยตัวเองดูสักครั้งแล้วจะรู้ว่า “การเดินทางท่องเที่ยวเป็นการเติมเต็มความสุขของการใช้ชีวิตได้อย่างดีเลยทีเดียว” ไปเถอะ..ไปเที่ยวกัน!

มุมพักผ่อนของคนชอบทะเล DreamZ Ocean Pearl Resort & Spa

ความสงบริมชายหาดที่ทอดตัวยาวไปตามชายฝั่งทะเลอันดามัน

การขับรถไปบนพื้นทรายไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แต่กลายเป็นเรื่องสบายๆ เมื่อปรับโหมดการขับแบบบนพื้นทราย

ทำให้เจ้าแร็พเตอร์โลดแล่นได้อย่างอิสระ

แสงแดดยามเย็นก่อนที่ดวงอาทิตย์จะอัสดง ดับแสงเข้าสู่ยามราตรี

แม้ว่าภาพเบื้องหน้าจะเป็นท้องทะเล แต่กลับเห็นเนินทรายระหว่างนั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามฝั่งจากท่าหน้าบ้าน (เกาะเขาค้อ) สู่ท่าเรือบ้านน้ำเค็ม (แผ่นดินใหญ๋)

แม้ว่าจะเป็นเกาะที่ถูกทำลายโดยคลื่นยักษ์สึนามิ แต่ในวันนี้กลับมาอุดมสมบูรณ์เหมือนเดิม

โรงเผาถ่าน ที่ถือเป็นส่วนหนึ่งของเกาะคอเขามาอย่างยาวนาน

แอคชั่นมันส์ๆ ของเจ้าแร็พเตอร์เมื่อได้ทดสอบบนเส้นทางและพื้นที่เฉพาะที่ขออนุญาตเอาไว้แล้วสำหรับทดสอบโหมดการขับ

ระบบ 4×4 Terrain Management System (TMS) ในฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ สามารถเลือกใช้โหมดหญ้า/กรวดหิน (Grass/Gravel) ซึ่งออกแบบมาให้ขับขี่บนทางออฟโรดที่เป็นกรวดและพื้นผิวลื่น ส่วนในช่วงที่เป็นดินทรายเปลี่ยนไปใช้ โหมดโคลน/ทราย (Mud/Sand) และใช้โหมดหิน (Rock) พร้อมกับ 4×4 Low  สำหรับการปีนป่ายหินในเขตภูเขาลาดชัน เน้นการควบคุมรถให้ขับเคลื่อนอย่างช้าๆ ทำให้การเดินทางเข้าไปยังจุดหมายได้อย่างง่ายดายและปลอดภัย และยังมีระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน Hill Launch Assist (HLA) และระบบควบคุมความเร็วขณะลงเขา Hill Descent Control (HDC) เพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกในการขับขี่ช่วงขึ้นลงทางชัน ให้การเดินทางออฟโรดเป็นเรื่องง่ายขึ้น

แร็พเตอร์กลางแสงแดงที่ร้อนแรงบนเกาะ และที่พักของเราคือ DreamZ Ocean Pearl Resort & Spa ที่อยู่ริมหาดพอดี

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ออฟโรดสุดโหดขนานแท้!

 

 

เรื่อง: Buddhi Humanroad

ข้อมูลโดย: Humanroadjourney
ติดตามข่าวสาร ยานยนต์และท่องเที่ยว ไลฟ์สไตล์ ได้ที่ www.humanroadjourney.com

และติดตามได้ทางเฟสบุ๊ค www.facebook.com/humanroadjourney/

ชมภาพสวยๆ ทางอินสตาแกรมได้ที่ www.instagram.com/humanroadjourney

Facebook Comments