นักปั่นแห่งเตเนริเฟ ราชอาณาจักรสเปน

ใครจะไปคิดว่าเกาะที่ห่างไกลแผ่นดินใหญ่ถึง 1,800 เมตร อย่างเกาะเตเนริเฟ ที่เป็นหนึ่งในเจ็ดหมู่เกาะคานารี ในปกครองของราชอาณาจักรสเปน จะมีเหล่านักปั่นจอมโหดที่มากขนาดนี้ แถมยังเห็นว่าการปั่นจักรยานขึ้นไปถึงยอดเขาเตย์เดที่มีความสูงถึง 3,718 เมตร เป็นเรื่องสนุกอีกต่างหาก เจอพวกพี่ๆ อย่างนี้ ขอยอมใจในความแกร่งของพี่จริงๆ

ที่เห็นอยู่ไกลลิบนั่นคือภูเขาไฟเตย์เด มีความสูงถึง 3,718 เมตร สูงเกือบเท่าภูเขาไฟฟูจิที่สูง 3,776 เมตร

ถ้าเป็นช่วงหน้าหนาวจะมีหิมะปกคลุมบนยอดเขา 

หลายคนคงสงสัยว่าเจ้าเกาะเตเนริเฟนี่มันอยู่ตรงไหน ก็อยู่ตรงนี้ไง “คลิ๊ก” แล้วผู้เขียนไปทำอะไรที่นั่น? ที่จริงแล้วถูกเชิญให้ไปสัมผัสกับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่าง “นิสสัน ลีฟ” (Nissan Leaf) รุ่นใหม่ล่าสุด และ “นิสสัน อี-เอ็นวี 200” (e-NV200) ที่เตรียมนำเข้ามาทำตลาดในบ้านเราในช่วงปลายปีนี้ รวมถึงไปร่วมเยี่ยมชมนิทรรศการเทคโนโลยี “Nissan Electric Ecosystem Experience” ที่สถาบันเทคโนโลยีและพลังงานหมุนเวียน (Institute of Technology and Renewable Energies : ITER) ออกเสียงว่า “อี-แตร์” ตามสำเนียงสเปน แล้วที่สถาบันวิจัยแห่งนี้ยังมีประสบการณ์กว่า 25 ปี ในด้านวิศวกรรมและโทรคมนาคม และได้สร้างศูนย์สภาพอากาศชีวภาพที่ใช้พลังงานหมุนเวียนจากทุ่งกังหันลมและแผงพลังงานแสงอาทิตย์เอาไว้อย่างอลังการณ์ที่พอได้ไปเห็นของจริงแล้วต้องอ้าปากค้างจนแมลงวันสเปนแทบปรี่เข้ามาสำรวจช่องปาก

นิสสัน ลีฟ ใหม่ รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% พิสูจน์แล้วบนยอดเขาเตย์เด ว่าขับได้ไกลกว่า 300 กิโลเมตร 

นิสสัน e-NV200 รถตู้พลังไฟฟ้า สุดยอดความอเนกประสงค์ พอลองขับแล้วชอบมากกว่า ลีฟ ซะอีก เอาไว้ขนจักรยาน

แต่ทำไปทำมากลับมีเรื่องเกี่ยวกับจักรยานมาฝากอีกด้วย เพราะที่สถาบันวิจัยเค้าได้จัดบ้านพักซึ่งเป็นบ้านที่ใช้พลังงานไฟฟ้าที่แปรมาจากพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม บ้านแต่ละหลังมีเครื่องเก็บพลังงานไฟฟ้าขนาดใหญ่เอาไว้ในบ้าน เพื่อรองรับการชาร์จไฟฟ้าไปยังรถยนต์ไฟฟ้า และที่ทำให้ชีวิตสนุกขึ้นนั่นคือ ภายในบ้านมีรถจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเตรียมเอาไว้ให้ขี่เล่นภายใน Nissan e-Village ด้วยนี่ล่ะ ชอบใจจริงๆ เลย..อยากรู้ว่า Nissan e-Village เป็นไง คลิ๊กไปดูกันเลย!

จักรยานพลังแรงถีบผสานแรงปั่นจากแบตเตอรี่พลังไฟฟ้า ขี่สนุกจริงๆ

พอได้พูดคุยกับทีมงานนิสสันยุโรปเกี่ยวกับความนิยมในการใช้จักรยานไฟฟ้า ยิ่งรู้สึกดีใจที่เค้ามองว่าจักรยานคือหนึ่งในยานพาหนะ แล้วการติดตั้งแบตเตอรี่เพื่อเพิ่มพลังในการปั่นให้มากขึ้น เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้คนที่ปั่นจักรยานสามารถขี่ไปไหนต่อไหนได้ไกลขึ้นและไม่สร้างมลพิษ แถมยังบอกอีกว่า ถ้าวันพรุ่งนี้ตอนขับรถขึ้นอุทยานเตย์เด ให้ระวังรถจักรยานให้ดี (ที่นั่นขับรถพวงมาลัยซ้าย การเบี่ยงซ้ายเพื่อหลีกทางให้รถจักรยานที่ปั่นบนขอบทางด้านขวา ด้วยความไม่คุ้นชินอาจจะไปเฉี่ยวนักปั่นได้) แล้วก็นึกในใจว่าเส้นทางขึ้นเขาสูงขนาดนั้น ใครจะมาขยันปั่นกันมากมาย?

เส้นทางที่นักปั่นใช้เป็นเส้นทางประจำ สวยงามมากใช่มั้ยล่ะ ถนนเรียบมาก น่าปั่นจริงๆ

เช้าวันต่อมาเป็นช่วงเวลาที่ต้องขับนิสสัน ลีฟ รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% สู่อุทยานแห่งชาติเตย์เด ใจก็จดจ่อว่าจะได้พบนักปั่นกันสักกี่คน ปรากฎว่าในช่วง 10 กิโลเมตรแรกของเส้นทางขึ้นเขาเตย์เด มีนักปั่นแค่ 2-3 คนเท่านั้น ที่ได้พบเจอระหว่างทาง ใจก็คิดว่าพี่ฝรั่งหลอกไทยซะแล้ว แต่พอขับไต่ขึ้นไปเรื่อยๆ จนความสูงระดับที่ทะลุเมฆราวๆ 1,200 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล เริ่มเห็นกลุ่มนักปั่นมากขึ้น และมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งปั่นขึ้นและหมอบตัวลู่ลมลงเขามาด้วยความเร็วที่ใครๆ เห็นก็ต้องรู้สึกหวาดเสียวว่าจะพุ่งทะลุรั้วกั้นตกเขารึเปล่า

สายทัวริ่งก็ปั่นขึ้นมาแบบสบายๆ แต่ถ้าเป็นเราคงหอบอยู่ตีนเขานั่นล่ะ

กระทั่งมาถึงจุดพักรถ บรรยากาศโดยรอบเป็นทุ่งกว้างที่รายล้อมด้วยภูเขาหินน้อยใหญ่ มองไปไม่ไกลนัก เห็นยอดเขาเตย์เดตั้งตระหง่าน ระดับความสูงตรงนี้น่าจะร่วม 2,000 เมตร อากาศเย็นราว 7 องศาเซลเซียส แต่แสงแดดแรงกล้ามากๆ ผู้เขียนได้พบกับนักปั่นสายทัวริ่งนายหนึ่งที่จอดพักรถและเดินลงไปเดินชมพุ่มไม้เตี้ยๆ ที่ขึ้นโดยรอบบริเวณ ด้วยความกล้ากับการสื่อสารแบบงูๆ ปลาๆ ยิงคำถามแบบประชิดว่า “คุณเป็นคนที่นี่รึเปล่าหรือเป็นนักท่องเที่ยว” คำตอบเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงสเปนยิงออกมาเป็นชุด! แทบเปิดดิกชันนารี่ไม่ทัน แต่ได้ความว่า เขาเป็นคนที่เกิดในสเปน แต่ชอบเกาะเตเนริเฟแห่งนี้ เลยมาพักผ่อนที่นี่บ่อยๆ และชอบบรรยากาศบนภูเขา เวลาว่างก็จะปั่นจักรยานขึ้นมาหาที่ตั้งแคมป์ (ระหว่างทางเห็นจุดตั้งแคมป์ที่อุทยานจัดให้อยู่หลายที่) แถมยังตื่นเต้นที่ได้เจอคนไทย เพราะส่วนใหญ่แล้วไม่ค่อยมีคนไทยมาเที่ยวที่เกาะนี้สักเท่าไหร่ แล้วยังบอกอีกว่าทะเลที่ภูเก็ตสวยกว่าที่นี่ตั้งเยอะ จะมาที่นี่ทำไม!! (ได้แต่นึกขำในใจ แต่ก็บอกแค่ว่ามาเที่ยวเท่านั้นเอง)

นักปั่นที่พบเจอระหว่างทาง หัวใจพี่ๆ แกร่งจริงๆ

เรื่องราวไม่ได้มีแค่นี้  เพราะพ่อหนุ่มคนนี้ยังเล่าให้ฟังอีกว่า นักแข่งจักรยานหลายคนมักใช้เส้นทางขึ้นเขาเตย์เดเป็นที่ฝึกซ้อมกันประจำ บ้างมากันเป็นกลุ่ม บางคนก็ปั่นขึ้นมาคนเดียว พอถึงโรงแรมแห่งสุดท้ายบนเส้นทางนี้ก็จะปั่นวนกลับลงเขาไป เค้าบอกว่านักปั่นทั้งสายทัวริ่งและสายหมอบจะปั่นขึ้นมาตั้งแต่ช่วงเช้าพอพระอาทิตย์ขึ้นจะเริ่มปั่นขึ้นมากัน เส้นทางขึ้นภูเขานี้นอกจากจะฝึกพละกำลังแล้วยังฝึกเรื่องการหายใจอีกด้วย! เชื่อแล้วล่ะว่าทำไมนักปั่นจากยุโรปถึงได้แข็งแกร่งจริงๆ

สายวิ่งก็มีไม่น้อยนะ

ช่องทางด้านขวามีเส้นทึบกั้น ตรงนี้คือเลนจักรยานที่ขี่คู่ขนานไปกับเส้นทางปกติ

ในระหว่างขับรถกลับลงเขา ยังพบนักปั่นอีกหลายรายที่กำลังทยอยปั่นขึ้นเขา จักรยานแต่ละคันดูสภาพแล้วน่าจะใช้งานกันมาอย่างหนัก แต่สีหน้าของนักปั่นแต่ละคนเห็นแล้วสัมผัสได้ทันทีว่า การปั่นขึ้นมาบนเขาเตย์เดมันคือความสนุกของชีวิต จักรยานที่ดีที่สุดในโลกอาจจะพานักปั่นไปที่ไหนก็ได้ แต่ถ้าจิตใจไม่แกร่งพอมันก็ไม่สามารถพาไปยังจุดหมายได้ แม้จะใกล้เพียงเอื้อมมือก็ตาม…เกาะเตเนริเฟแห่งนี้ มีอะไรดีๆ ที่เราคาดไม่ถึงจริงๆ

จักรยานที่แขกเข้าพักในโรงแรมสามารถนำไปปั่นชมเมืองได้

ถนนหนทางในตัวเมือง ดูเงียบสงบ เหมาะกับการปั่นจริงๆ

รถยนต์และรถจักรยานพลังงานไฟฟ้า สองสิ่งที่เดินหน้าไปด้วยกัน มันไม่ใช่แค่การเปลี่ยนรูปแบบของพลังงานที่ใช้ แต่มันยังเป็นทิศทางใหม่แห่งโลกยานยนต์ ส่วนจักรยานไฟฟ้าทำให้คนที่มีแรงปั่นไม่เท่ากัน สามารถเดินทางร่วมกันได้อย่างเกื้อกูลกันและกันอีกด้วย โลกยุคใหม่นี่มันน่า Journey จริงๆ.

 

 

เรื่อง: Buddhi Humanroad

ข้อมูลโดย: Humanroadjourney
ติดตามข่าวสาร ยานยนต์และท่องเที่ยว ไลฟ์สไตล์ ได้ที่ www.humanroadjourney.com

และติดตามได้ทางเฟสบุ๊ค www.facebook.com/humanroadjourney/