ประสบการณ์ใหม่ ลองใช้บริการ “CABB TAXI” ทางเลือกใหม่แบบวีไอพี

เชื่อว่าหลายๆ คนต้องมีปัญหาเกี่ยวกับเรียกใช้บริการรถแท็กซี่กันอย่างแน่นอน ล่าสุดมีทางเลือกใหม่ให้ได้ลองใช้กันอีกแล้วกับรถแท็กซี่สาธารณะแบบครบวงจร “แค็บบ์” (CABB) แท็กซี่วีไอพีสไตล์ลอนดอนที่มีความน่าสนใจตั้งแต่ตัวรถที่โดดเด่นสะดุดตา ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง และการเรียกใช้งานที่ค่อนข้างตอบโจทย์ความต้องการในยุคนี้จริงๆ

สำหรับ แค็บบ์ เป็นบริการแท็กซี่มาตรฐานใหม่ โดย บริษัท เอเชีย แค็บ จำกัด ผู้ผลิตและดำเนินกิจการให้บริการรถแท็กซี่สาธารณะแบบครบวงจรที่แรก โดดเด่นด้วยรถรูปทรงคลาสสิกที่มีต้นแบบมาจากลอนดอนแท็กซี่ แต่เป็นเอกลักษณ์ด้วยตัวถังสีน้ำเงินทั้งคัน มาพร้อมบริการที่น่าสนใจ 4 ด้าน คือ ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว โดยมีการแยกส่วนระหว่างห้องคนขับและห้องโดยสารด้วยฉากกั้นใส (Partition screen) และระบบแอร์แยกส่วน ใช้ระบบอินเตอร์คอม (Intercom) ในการสื่อสารกับพนักงานขับรถ, ความสะอาด ไม่ใช้เบาะผ้าเพื่อลดการสะสมของฝุ่นและสิ่งปนเปื้อน และมีมาตรการทำความสะอาดฆ่าเชื้อทั้งก่อนและหลังรับผู้โดยสาร พร้อมระบบชำระเงินแบบไร้เงินสด (Cashless payment) ด้วยบัตรเครดิต/เดบิต หรือคิวอาร์โค้ด (Mobile banking) ลดการสัมผัสระหว่างบุคคล, ความสะดวก สามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 5 ที่นั่ง มีทางลาดสำหรับรถวีลแชร์ ราวจับในห้องโดยสาร 7 จุด ผู้โดยสารปรับอุณหภูมิแอร์เองได้ตามต้องการ มีที่ชาร์จ USB และ Wi-fi ฟรีตลอดการเดินทาง และ ความอุ่นใจ พนักงานขับรถผ่านการตรวจสุขภาพและผ่านการอบรมมาเป็นอย่างดีทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ มีปุ่ม SOS ในกรณีฉุกเฉิน กล้องบันทึกภาพ และระบบ GPS โดยค่าบริการจะคำนวณตามช่วงเวลาและระยะทางจริงจากจุดเริ่มต้นถึงหมาย

ในส่วนของการเรียกใช้งานตอนนี้ทางแค็บบ์แบ่งการให้บริการออกเป็น 3 แบบ คือ เรียกจองรถล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชั่น CABB, โทรจองผ่าน Call Center 02-026-8888 และตามจุดจอดรถแท็กซี่ของห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ ซึ่งทาง เอเชีย แค็บ ได้จับมือกับกลุ่มเดอะมอลล์เป็นรายแรก และได้นำแค็บให้บริการในกลุ่มเดอะมอลล์ 7 แห่ง ได้แก่ เอ็มโพเรียม, เอ็มควอเทียร์, เดอะมอลล์ รามคำแหง, ท่าพระ, งามวงศ์วาน, บางกะปิ และบางแค

สำหรับผมเองพักอยู่แถวงามวงศ์วาน เลยได้โอกาสลองใช้บริการด้วยการ Walk in ไปที่จุดบริการด้านหลัง Gourmet Market ของเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน ที่ตอนนี้ทางห้างได้ปรับปรุงใหม่ทั้งห้างดูหรูหราน่าชมน่าเดินเที่ยวสุดๆ ตอนไปติดต่อจะมีเจ้าหน้าคอยกดแอปฯ ให้ และแนะนำการเรียกใช้บริการอย่างละเอียด ซึ่งวันนั้นเลือกเดินทางจากเดอะมอลล์ งามวงศ์วานไป ห้างเมก้า พลาซ่า สะพานเหล็ก ในแอปฯ แจ้งค่าบริการมา 255 บาท ถือว่าราคาใกล้เคียงกับเวลาเรียกใช้ผ่านแอปฯ รายอื่นๆ ในส่วนของราคาถือว่ารับได้ ไม่ได้แพง โดยจะมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 60 บาท ในรถจะมีมิเตอร์ที่ติดตั้งเอาไว้ แต่ไม่ได้ยึดราคาตามมิเตอร์ เพราะใช้ราคาตามที่แจ้งเอาไว้ในแอปฯ ส่วนการจ่ายเงินในตอนนี้ยังไม่รับเงินสด รับจ่ายผ่านบัตรเครดิต และโอนเงินผ่าน QR Code ซึ่งเห็นบอกว่าจะรับเงินสดในเร็วๆ นี้ด้วยนะ

ส่วนตอนขากลับทดลองเรียกผ่านแอปฯ ดูบ้าง ถือว่าออกแบบหน้าแอปฯ มาให้ใช้งานได้ง่าย ก่อนใช้งานต้องกรอกรายละเอียดส่วนตัวที่จำเป็นให้ครบ โดยเฉพาะเบอร์โทรศัพท์ เพียงแต่ตอนนี้ต้องจองล่วงหน้าก่อนเดินทาง 2 ชั่วโมงเท่านั้น โดยที่เมื่อจองแล้วในแอปฯ จะแจ้งเตือนว่าใกล้ถึงเวลาที่รถแค็บบ์มารับ รวมทั้งพนักงานขับรถจะโทรเข้ามาก่อนเวลาประมาณ 10 นาที และในตอนที่รถกำลังจะมารับ เราสามารถเช็คดูในแอปฯ ได้เช่นกันว่าตอนนี้รถกำลังมาถึงจุดไหนแล้ว พร้อมบอกเวลาที่จะมาถึงจุดนัดรับได้อีกด้วย ซึ่งถือว่าทำได้ดีมาก หากใครเคยเรียกใช้บริการอื่นผ่านแอปฯ อยู่แล้วจะพูดได้เลยว่าใช้งานง่ายไม่ต่างกัน ตรงนี้ถือว่าทำได้ตอบโจทย์การใช้งานได้ดี

ตอนนี้ “เอเชีย แค็บ” ผนึกกำลัง 4 พันธมิตร พัฒนา “CABB EV” แท็กซี่ไฟฟ้าต้นแบบสัญชาติไทยคันแรกกันแล้วด้วยนะ

มากันที่ตัวรถกันบ้าง เจ้ารถแท็กซี่คันสีน้ำเงินสไตล์ลอนดอน แท็กซี่ ทางเอเชีย แค็บ ซื้อลิขสิทธิ์มาประกอบในประเทศไทย ซึ่งเป็นการออกแบบให้ตัวรถรองรับการใช้งานเป็นแท็กซี่โดยเฉพาะภายในรถจะมีฉากใสกั้นเป็นอะคริลิคที่ค่อนข้างหนา เก็บเสียงระหว่างห้องโดยสารได้ดีมาก เวลาที่จะคุยกับพนักงานขับรถต้องกดปุ่มที่อยู่ข้างประตู เป็นการคุยผ่านอินเตอร์คอม มีระบบแอร์แยกส่วนที่เราสามารถปรับระดับแรงลมเองได้ เบาะเป็นเบาะหนังเพื่อลดการเกิดฝุ่น เบาะเป็นแบบมีที่พักแขน เมื่อดึงที่พักแขนลงจะเห็นจุดชาร์จ USB อยู่ด้านใน มีเบาะเสริมอีก 2 ตำแหน่งแบบหันหน้าเข้าหากัน เบาะนี้จะนั่งหลังตรงหน่อย อาจจะรู้สึกไม่ค่อยสบายเท่าไหร่ แต่มีจุดยึดเข็มขัดนิรภัยเอาไว้ให้ด้วย และรถคันนี้ยังมี Wifi ให้ใช้ฟรีอีกด้วย นอกจากนั้น ยังมีปุ่ม SOS ในกรณีฉุกเฉิน กล้องบันทึกภาพภายในรถ และระบบ GPS เพื่อสะดวกในการนำทางสำหรับพนักงานขับรถอีกด้วย ถือว่ามีทุกอย่างที่จำเป็นครบครัน

นั่งแล้วเป็นยังไง…พูดเลยว่านั่งสบายมาก ห้องโดยสารกว้างสุดๆ นั่งยืดขาได้สบาย เบาะนั่งสามารถนั่งได้ 3 คน ฟองน้ำของเบาะไม่นิ่มไม่แข็ง แต่ช่วงล่างด้านหลังแข็งไปหน่อย เวลาที่เจอถนนที่ไม่เรียบจะรู้สึกกระแทกประมาณหนึ่ง แต่ไม่ถึงกับสะเทือน แต่ถ้านั่งไปบนทางด่วนถือว่าสบายมาก ห้องโดยสารค่อนข้างเก็บเสียง เสียงลมจากภายนอกแทบไม่ได้ยิน เพราะรถไม่ได้ใช้ความเร็วสูงในการให้บริการ จะได้ยินเสียงของยางล้อที่บดไปตามพื้นถนนอยู่บ้าง แต่ไม่ได้ดังจนรำคาญ จะมีเสียงดังที่หนักหน่อยคือตอนที่ฝนตกหนักนี่ล่ะ เป็นจังหวะพอดีที่ฝนตกลงมาอย่างหนัก เสียงฝนที่ปะทะมาบนหลังคาค่อนข้างดัง ได้ยินเสียงยางที่รีดน้ำมาปะทะกับซุ้มล้ออยู่พอสมควร ตรงจุดนี้อาจรู้สึกรำคาญอยู่บ้างเช่นกัน แต่ถ้าพูดถึงภาพรวมแล้วผมแฮปปี้เลยนะ ทั้งเรื่องของราคาที่แลกมากับห้องโดยสารที่กว้างขวางนั่งสบาย และการให้บริการของพนักงานที่สุภาพ ที่สำคัญจากที่ได้ลองนั่งทั้งไปและกลับจากพนักงานขับรถสองคัน ถือว่าอบรมการขับมาอย่างดี ขับรถมีวินัยมาก ใช้ไฟเลี้ยวทุกครั้งเวลาที่จะเปลี่ยนเลน เดินคันเร่งได้เรียบเนียน เบรคได้นุ่มนวล หัวไม่ทิ่ม นี่เป็นการบริการที่ผู้รับบริการต้องการ แม้ว่าจะต้องจ่ายแพงกว่าแท็กซี่ทั่วไปอยู่ราวๆ 10-20% แต่แลกกับการบริการที่ดีแล้วถือว่าเป็นราคาที่ยอมรับได้

ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ทาง เอเชีย แค็บ ไม่ได้ให้สปอนเซอร์มานะ เป็นการเรียกใช้บริการจริง จ่ายเงินเอง เพราะอยากจะรู้ว่าเวลาใช้งานจริงๆ จะเกิดปัญหาตรงไหนบ้าง หรือมีจุดไหนที่น่าติติงกันบ้าง ว่ากันไปตามเนื้อผ้ากันเลย

เอาเป็นว่า เอเชีย แค็บ สอบผ่านกับการนำรถ แค็บบ์ มาให้บริการเป็นแท็กซี่แบบวีไอพี เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่คุ้มค่า แปลกใหม่ ราคายอมรับได้ ที่สำคัญเป็นรถที่ถูกสร้างมาเพื่อเป็นแท็กซี่โดยเฉพาะอีกด้วย แนะนำให้ลองใช้บริการดูถ้ามีโอกาส เพราะผมมองว่าเราเป็นผู้บริโภคที่มีสิทธิ์เลือกใช้บริการตามความต้องการ อะไรใช้ดีก็อยากแนะนำเท่านั้นเอง และลองใช้เองจริงๆ แล้ว “แค็บบ์” (CABB) น่าเรียกใช้บริการจริงๆ นะเนี่ย

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.asiacab.co.th หรือทางแฟนเพจ Cabbtaxi

 

เรื่อง: Buddhi Humanroad

ข้อมูลโดย: Humanroadjourney
ติดตามข่าวสาร ยานยนต์และท่องเที่ยว ไลฟ์สไตล์ ได้ที่ www.humanroadjourney.com

และติดตามได้ทางเฟสบุ๊ค www.facebook.com/humanroadjourney/