สำรวจนครวัดไปกับ CR-V Reach Out! Nothing’s Out of Reach.

 

“หากใครได้มานครวัดสักครั้งแล้ว…จะได้กลับมาอีก” ประโยคดังกล่าวยังแว่วอยู่ในความคิดของผมอยู่เสมอ หลังจากเคยได้มาเยือนมหานครโบราณที่ติดอันดับ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกเป็นครั้งแรก สารภาพตามตรงว่า

ความตื่นเต้นก็ยังคงเส้นคงวาไม่แปรเปลี่ยน แม้กาลเวลาจะล่วงไปนานขนาดไหน ความถวิลหาและอยากสัมผัสซ้ำด้วยด้วยตาผสมผสานความรู้สึกของตนเอง ยิ่งทวีเพิ่มมากขึ้น กระทั่งสบโอกาสได้ร่วมทริปสุดพิเศษล่าสุดนี้         

“CR-V Reach Out – ก้าวออกไป…ให้ไกลกว่าจินตนาการ สู่เส้นทาง…กรุงเทพฯ-กัมพูชา-ลาวใต้-อุบลราชธานี” เป็นกิจกรรมสุดพิเศษเพื่อพาลูกค้ารถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์-วีใหม่ และสื่อมวลชน ร่วมประสบการณขับขี่ฮอนด้า ซีอาร์-วีใหม่ บนเส้นทางอารยธรรมแห่งลุ่มน้ำโขงทั้ง 3 ประเทศ คือ ไทย กัมพูชา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว รวมระยะทางทั้งสิ้นกว่า 1,200 กิโลเมตร

HumanroadJourney ได้รับเกียรติให้ร่วมเดินทางครั้งนี้ในช่วงแรก ด้วยพาหนะระดับยนตกรรมเอสยูวีชั้นแนวหน้า ฮอนด้า ซีอาร์-วี i-DTEC Diesel Turbo ที่มีดีไซน์ภายนอกผสานความหรูหราและความแข็งแกร่งในทุกมิติ ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ด้วยเบาะนั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง ใช้ขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 1.6 ลิตร มาพร้อมระบบเกียร์ไฟฟ้าอัตโนมัติ 9 สปีด ควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ด้วยสวิตช์ (Shift by Wire)

ฮอนด้า ซีอาร์-วีโฉมหน้าล่าสุด ถือเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 5 ในตระกูล ได้เสียงตอบรับด้วยยอดจำหน่ายในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมามากกว่า 11,000 คัน นับตั้งแต่เปิดตัวสู่สายตาสาธารณชน นี่ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความมั่นใจในเรื่องรูปโฉม สมรรถนะ และประสิทธิภาพได้เป็นอย่างดี กระทั่งกลายเป็นที่มาที่ไปของการเดินทางข้ามประเทศ เพื่อเพิ่มประสบการณ์ขับขี่บนเส้นทางเสน่ห์แห่งอารยธรรมลุ่มแม่น้ำโขง

จุดเริ่มต้นการเดินทางคือ ศูนย์ฝึกอบรม บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ณ นิคมอุตสาหกรรมบาชัน ซอยเสรีไทย ถนนเสรีไทย ด้วยเส้นทางมุ่งหน้าสู่จังหวัดสระแก้ว ก่อนจะก้าวข้ามพรมแดนไทยเข้าไปยังกัมพูชาทางด่านพรมแดนคลองลึก และตรงดิ่งไปยังจุดหมายแรก เพื่อเที่ยวชมโบราณสถานอันเลื่องชื่อของขอมโบราณ ได้แก่ปราสาทนครวัด ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO และเป็นสิ่งปลูกสร้างทางศาสนาขนาดใหญ่ที่สุดของโลก

 

แม้เวลาจะเวียนผ่าน แต่สิ่งปลูกสร้างระดับตำนานอย่างนครวัด ก็ยังเป็นตัวแปรสำคัญที่ดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกให้ไปเยือนอยู่ทุกๆ วัน โดยมีต้นเรื่องจากพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 มีความตั้งใจอย่างแรงกล้าในการสร้างปราสาทขนาดใหญ่ หวังให้เป็นเครื่องบูชาแด่องค์วิษณุเทพและสุสานของพระองค์เองเมื่อวายชนม์ ส่งผลให้ด้านหน้าของปราสาทหันไปทางทิศตะวันตก ผิดแผกจากปราสาทอื่นๆ ที่หันหน้าไปทางตรงกันข้าม (ทิศตะวันออก)

ด้วยขนาดอันมหึมาพร้อมการก่อสร้างและแกะสลักอันวิจิตรพิศดาร ส่งผลให้ต้องใช้แรงสมองและแรงกายจำนวนมหาศาล เพื่อให้ปรากฎเรื่องราวจากรามเกียรติ์ มหาภารตยุทธ์ การกวนเกษียรสมุทร กองทัพเสียมกุกบนระเบียงคตยาวที่สุดในโลก รวมถึงภาพเนียงอัปสราหรือนางอัปสรสลักอยู่ตามแนวระเบียงคตทั่วปราสาท โดยมีปรากฎอยู่มากกว่า 1,600 องค์ โดยมีรายละเอียดการแต่งกายไม่ซ้ำกันเลย

จากนครวัดอันน่าตระการแล้ว หมุดหมายต่อไปถูกปักไปยังนครธม ซึี่งมีความหมายว่า เมืองใหญ่ นครแห่งเมืองหลวงที่มีพระราชวังและปราสาทต่างๆ มากมายนี้ ถูกสร้างขึ้นในปีพุทธศตวรรษที่ 18 รัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เป็นศิลปะแบบบายนในศาสนาพุทธนิกายมหายาน เป็นช่วงแห่งความมั่นคั่งและรุ่งโรจน์ที่สุด ภาพดังกล่าวสะท้อนมาจนถึงปัจจุบันจากความโอฬารของหินทรายสลักรูปพระพักตร์พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ซึ่งมองทอดสายตาลงมายังเบื้องล่างพร้อมรอยยิ้มเปี่ยมสุขแบบบายน

ในบริเวณอาณาจักรนครธมนั้น โดดเด่นด้วยปราสาทบายน แม้จะไม่ได้มีขนาดใหญ่โตเท่านครวัด แต่กลับมีความน่าสนใจไม่น้อยหน้ากัน เพราะถูกสร้างขึ้นในรัชสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ประมาณพุทธศตวรรษที่ 18 โดยเป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงความเลื่อมใสในการนับถือศาสนาของพระมหากษัตริย์ จากศาสนาฮินดูหรือพราหมณ์ที่สืบทอดมามากกว่า 415 ปี ไปเป็นพุทธศาสนา

ปราสาทบายนถูกสร้างโดยการนำหินมาวางซ้อนขึ้นเป็นรูปร่าง ปรางค์ปราสาทบายนทั้ง 54 ปรางค์ ถูกสลักเป็นภาพพระพักตร์ของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร หันพระพักตร์ออกไปทั้งสี่ทิศ นับรวมทั้งสิ้นแล้วจะมีพระพักตร์มากถึง 216 หน้า เพื่อสอดส่องดูแลความทุกข์สุขของเหล่าพสกนิกรให้อยู่เย็นเป็นสุข เมื่อเข้าไปอยู่ในบริเวณปราสาทนี้ จะไม่สามารถรอดพ้นจากสายตาเหล่านี้ได้เลย

ช่วงแรกของการเดินทางเปิดประสบการณ์ระดับไฮเอ็นด์กับฮอนด้า ซีอาร์-วี ปิดท้ายกันที่หมู่ปราสาทแกะแกร์อันอัศจรรย์ตรงปราสาทศูนย์กลางอาณาจักรทรงพีระมิด 7 ชั้น ที่ชื่อว่า ปราสาทธม มีความหมายถึงภูเขาสัตตบริภัณฑ์คีรีลายล้อมสรวงสวรรค์ ส่วนด้านกว้างจัตุรัสข้างละ 55 เมตร สะท้อนถึงทวีปทั้ง 4 ในคัมภีร์ปุราณะ พร้อมความสูงประมาณ 35 เมตร

ปราสาททรงพีระมิดนี้ ถูกค้นพบโดยนักเดินทางชาวฝรั่งเศสชื่อ หลุยส์ เดอลาปอร์ต ผู้หลงใหลอาณาจักรเก่าแก่ของลุ่มน้ำโขง โดยเชื่อว่า สร้างขึ้นในสมัยของพระเจ้าชัยสิงหวรมัน หรือชัยวรมันที่ 4 (บรมศิวบท) สวามีของพระขนิษฐภคินีแห่งองค์พระเจ้ายโศรวรมัน ผู้ควบคุมอำนาจอย่างแท้จริงแห่งอาณาจักร ได้ประกาศตนขึ้นเป็นเทวราชาพระองค์ใหม่ พร้อมสถาปนา “นครโฉกครรคยาร์” ขึ้นเป็นศูนย์กลางแห่งจักรวาล ในนามของมหาพีระมิดแห่ง “แกะแกร์”

ความอลังการของสถาปัตยกรรม ความวิจิตรพิศดารแห่งการสลักเสลา ดำเนินมาพร้อมๆ กับประวัติศาสตร์อันยาวนาน กระทั่งเกิดขึ้นเป็นเรื่องราวน่าสนใจ ซึ่งเดินทางข้ามกาลเวลาสู่ยุคปัจจุบัน เช่นเดียวกับฮอนด้า ซีอาร์-วีทุกๆ รุ่น ซึ่งถูกสร้างและพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นสำหรับทุกคนที่ต้องการ “ก้าวออกไป…ให้ไกลกว่าจินตนาการ” แม้คุณค่าและช่วงระยะเวลาอาจไม่ได้มากมายขนาดมรดกโลก แต่ความตั้งใจและใส่ใจของฮอนด้ากลับไม่น้อยกว่า

ทริป CR-V Reach Out ยังไม่จบ และพร้อมจะพาทุกคนไปต่อ…ให้เกินขอบเขตความคาดคิด เปลี่ยนจากกรอบสถาปัตยกรรมไปสู่ธรรมชาติระดับมรดกโลก ทั้งน้ำตกคอนพะเพ็ง ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น ไนแองการ่าแห่งเอเชีย ปราสาทหินวัดพู มรดกโลกแห่งที่สองของประเทศลาว ไร่กาแฟปากซองไฮแลนด์ พื้นที่ปลูกกาแฟใหญ่ที่สุดในแถบเอเชีย

น้ำตกตาดเยือง น้ำตกขนาดใหญ่ ที่ไหลเป็นลำธารเอื่อยๆ ก่อนจะตกลงจากหน้าผาสูงลงกระทบผืนแผ่นดินเบื้องล่าง ก่อนกระจายเป็นละอองไอน้ำฟุ้งกระจายไปทั่ว และน้ำตกตาดฟาน อันเป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในลาว โดยทั้งหมดในประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นการเดินทางไม้สุดท้ายก่อนกลับกรุงเทพฯ หรือใครอยากไปต่อ…ยนตกรรมเอสยูวีระดับพรีเมี่ยม – ฮอนด้า ซีอาร์-วี ก็พร้อมเสมอสำหรับทุกเส้นทาง

 

เรื่อง: สิโรตม์  เพ็ชรจำเริญสุข

ข้อมูลโดย: Humanroadjourney
ติดตามข่าวสาร ยานยนต์และท่องเที่ยว ไลฟ์สไตล์ ได้ที่ www.humanroadjourney.com

และติดตามได้ทางเฟสบุ๊ค www.facebook.com/humanroadjourney/