ออกไปสัมผัสโลกกับคาราวาน MAZDA DNA SKYACTIV เส้นทางเวียดนาม-ลาว-ไทย-พม่า

คาราวาน MAZDA DNA SKYACTIV CARAVAN กับเส้นทาง EAST – WEST ECONOMIC CORIDOR จากเวียดนาม-ลาว-ไทย-พม่า เชื่อมโยงอารยธรรม เชื่อมโยงเศรษฐกิจจากมหาสมุทรแปซิฟิกสู่มหาสมุทรอินเดีย รวมระยะทางกว่า 2,900 กิโลเมตร

การเดินทางครั้งใหม่ของ Humanroadjourney กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ซึ่งเป็นการเดินทางกับมาสด้า โดยก่อนหน้านี้ผู้เขียนได้เดินทางเป็นคาราวานแบบนี้มาแล้วครั้งหนึ่งบนเส้นทางจากเหนือจรดใต้ของเวียดนาม จากเมืองฮานอยขับฝูงสกายแอคทีฟมุ่งลงใต้ไปยังเมืองโฮจิมินท์ และคราวนี้เส้นทางที่ได้รับมอบหมายคือจากจังหวัดพิษณุโลก ไปยังเมืองเมาะลำเลิง และเมืองย่างกุ้ง ส่วนเรื่องราวการเดินทางจะเป็นอย่างไรอยากให้กลับมาติดตามกัน ซึ่งสามารถติดตามได้ทาง www.facebook.com/humanroadjourney และที่ www.humanroadjourney.com

โลกยานยนต์ทุกวันนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้นความท้าทายของผู้ผลิตรถยนต์ เห็นจะไม่พ้นเรื่องของการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ โดยเฉพาะเทคโนโลยีแห่งยนตรกรรมล้ำสมัย ที่ทุกค่ายรถยนต์ทั่วโลกต่างมุ่งมั่นคิดค้น พัฒนา ด้วยแนวคิดที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของตัวเอง และเปิดเผยต่อสาธารณะอย่างไม่หยุดหย่อน ผู้บริโภคจึงถูกดึงอยู่ในโลกแห่งเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ และถูกขับเคลื่อนอยู่ตลอดเวลา ซึ่งประโยชน์ที่ผู้บริโภคได้รับโดยตรงนั่นคือ ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีและง่ายขึ้นด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีคุณสมบัติครบครัน ตอบโจทย์ความต้องการใช้งานได้มากที่สุด เส้นแบ่งระหว่างโลกในจินตนาการและโลกความจริงเริ่มบางลงเรื่อยๆ เฉกเช่นดั่งที่รถค่ายมาสด้าในเจนเนอเรชั่นปัจุบัน ที่หลอมรวมด้วยองค์ประกอบที่ถูกพัฒนาจากแนวคิดและต่อยอดด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีใหม่อย่างลงตัว เสมือนดีเอ็นเอของสิ่งมีชีวิตที่มีการถ่ายทอดพันธุกรรมจากรุ่นก่อนสู่รุ่นใหม่อย่างไม่มีวันจบสิ้น

โดยเฉพาะมาสด้าได้มุ่งมั่นทุ่มเทพัฒนาจนประสบความสำเร็จ จนวันนี้ได้เป็นเทคโนโลยีอันล้ำสมัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด จนได้รับการยอมรับมาแล้วทั่วโลก ซึ่งถือเป็นความก้าวล้ำทางด้านเทคโนโลยีและความท้าทายใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์ ผนวกด้วย 4 หัวใจหลักของรถยนต์ ประกอบด้วยเครื่องยนต์ทั้งเบนซิน เครื่องยนต์ดีเซล ระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ โครงสร้างตัวถัง และแชสซีส์ ที่พร้อมส่งมอบการขับขี่แบบ ซูม-ซูม สไตล์สปอร์ตของมาสด้า ทั้งยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและให้ความปลอดภัยสูงสุด โดยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดทั้งหมดนี้จะอยู่ในรถในอนาคตของมาสด้าทุกรุ่นจนกลายเป็น MAZDA DNA SKYACTIV ที่กำลังจะนำท่านสื่อมวลชนไปร่วมสัมผัสบนเส้นทางสายเศรษฐกิจที่สำคัญ

ด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่ถูกนำมาใส่ในมาสด้าในยุคปัจจุบันกับ สกายแอคทีฟ – วิฮีเคิล ไดนามิกส์ (SKYACTIV – Vehicle Dynamics) ที่มาพร้อมกับระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะ (G-Vectoring Control : GVC) ซึ่งเป็นการต่อยอดจากเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ ที่ช่วยผสานการทำงานของรถยนต์ทั้งคัน ทั้งเครื่องยนต์ ระบบเกียร์ โครงสร้างตัวถัง รวมไปจนถึงระบบช่วงล่าง ที่สอดประสานการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถรีดสมรรถนะอันทรงพลังได้เต็มขั้น สัมผัสความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างผู้ขับขี่กับรถให้เป็นหนึ่งเดียวกัน กับแนวคิด จินบะ – อิไต (Jinba – Ittai) ได้มากยิ่งขึ้น ให้อารมณ์สปอร์ตเร้าใจ แม้กระทั้งผู้โดยสารยังรู้สึกสบายตลอดการเดินทาง

หากเจาะลึกถึงองค์ประกอบดีเอ็นเอของมาสด้า ภายใต้เทคโนโลยีสกายแอคทีฟ – วิฮีเคิล ไดนามิกส์ กับเครื่องยนต์ทั้งสกายแอคทีฟคลีนดีเซล (SKYACTIV-D) คือเครื่องยนต์ดีเซลที่เผาไหม้สะอาดเจนเนอเรชั่นใหม่ล่าสุดที่สามารถผ่านข้อกำหนดมาตรฐานไอเสียโลก โดยไม่จำเป็นต้องใช้สารเร่งปฏิกิริยาที่มีราคาสูงเพื่อลดไอเสีย ที่ให้แรงบิดสูง ประหยัดน้ำมัน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสกายแอคทีฟเบนซิน (SKYACTIV-G) คือเครื่องยนต์เบนซินแบบไดเร็คอินเจ็คชั่น ที่ให้ประสิทธิภาพสูง เจนเนอเรชั่นใหม่ที่เป็นนวัตกรรมชิ้นเอกของวงการยานยนต์โลก นับว่าเป็นเครื่องยนต์ที่มีอัตราแรงอัดอากาศในการเผาไหม้สูงที่สุดของโลก คืออัตรา 14:1 โดยที่เครื่องยนต์ไม่เกิดอาการน๊อค เผาไหม้สมบูรณ์ ให้แรงม้าและแรงบิดสูง พร้อมประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น

SKYACTIV-Drive ระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 Speed คือ ระบบส่งกำลังแบบเกียร์อัตโนมัติเจนเนอเรชั่นใหม่ที่ส่งถ่ายแรงบิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคุมแบบอิเล็กทรอนิกส์ แม่นยำ ราบรื่น ต่อเนื่อง และประหยัดน้ำมันในทุกรอบความเร็ว ซึ่งทั้งสองเครื่องยนต์ช่วยรักษามลพิษและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย รวมจุดแข็งของเกียร์อัตโนมัติได้ครบทุกประการ ในส่วนของโครงสร้างตัวถัง

SKYACTIV-Body ที่ถูกพัฒนาเพื่อลดน้ำหนักที่ไม่จำเป็นลง เป็นโครงสร้างที่คงความแข็งแกร่ง เสถียร และให้ความปลอดภัยสูงสุดจากแรงปะทะรอบทิศทางผลิตจากเหล็กกล้าที่ทนแรงดึงสูง เหนียว แข็งแกร่ง มีน้ำหนักเบา อีกทั้งยังช่วยลดแรงกระเทือนจากพื้นถนนควบคู่ไปกับการกระจายแรงปะทะที่จะเข้าสู่ห้องโดยสารในกรณีเกิดอุบัติเหตุ และองค์ประกอบสุดท้ายที่สำคัญกับช่วงล่างและระบบบังคับเลี้ยวสกายแอคทีฟ

SKYACTIV-Chassis คือ แชสซีส์เจนเนอเรชั่นใหม่ ที่ให้ประสิทธิภาพสูง มีน้ำหนักเบา แต่ให้สมดุลที่สมบูรณ์แบบของทั้งการควบคุมการขับขี่ที่สะดวกสบายและปลอดภัยสูงสุด ที่คล่องตัวด้วยระบบช่วงล่างที่เกาะถนนมั่นคง พร้อมระบบบังคับเลี้ยวที่เป็นตัวช่วยให้เข้าโค้งได้อย่างแม่นยำ ซึ่งส่งผลโดยตรงในเรื่องของความปลอดภัย

และเมื่อทั้ง 4 หัวใจหลักของมาสด้าเริ่มสอดผสานการทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ เกิดสมรรถนะการขับขี่อันทรงพลัง ให้สัมผัสการขับขี่อย่างมีเอกลักษณ์ของมาสด้า นั่นคือ อารมณ์สปอร์ตที่ให้ความสนุก เร้าใจ สนุกทุกการขับขี่

สำหรับดีเอ็นเอ สกายแอคทีฟสายพันธ์ล่าสุดนี้ ได้ถูกฝังในหัวใจของรถมาสด้ารุ่นปัจจุบันของปี 2017 ซึ่งได้แก่ มาสด้า2, มาสด้า3, มาสด้า ซีเอ็กซ์-3 เรียบร้อยแล้ว และกำลังจะถูกส่งต่อในรุ่น มาสด้า ซีเอ็กซ์-5 ที่กำลังจะมาเติมเต็มความสมบูรณ์แบบอีกระดับให้กับตลาดรถครอสโอเวอร์อีกครั้งในไม่ช้านี้ด้วย และด้วยผลลัพธ์อันทรงคุณค่าที่มาสด้าได้เพียรพยายามจนประสบความสำเร็จในครั้งนี้ จึงเป็นเหตุผลของการหาสนามเส้นทางที่จะมาร่วมทดสอบดีเอ็นเอสกายแอคทีฟทุกรุ่น

สำหรับการเดินทางในครั้งนี้ มาสด้าเตรียมเปิดประสบการณ์หน้าใหม่แห่งการเดินทางด้วยรถยนต์ ด้วยเรื่องราวที่ประทับลอยล้อในรูปแบบคาราวานครั้งใหม่ ด้วยวิสัยทัศน์ของมาสด้า ที่มุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน และมิได้มองเพียงการเติบโตของมาสด้าประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับสมาชิกในกลุ่มประเทศอาเซียนซึ่งเป็นภูมิภาคที่สำคัญต่อการลงทุน ด้วยประชากรประมาณ 600 ล้านคน จากตัวเลขการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมรถยนต์ ถือเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างเม็ดเงินเข้าประเทศอย่างมหาศาล ซึ่งมาสด้า ประเทศไทย คือเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก รวมทั้งเป็นศูนย์กลางในการกระจายสินค้าที่สำคัญไปยังภูมิภาคอื่นๆ ทั้งทั้งอาเซียน และต่างประเทศทั่วโลก อีกทั้งยังส่งผลดีต่อเนื่องไปถึงอุตสาหกรรมอื่นที่เกี่ยวข้อง จนเกิดเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจของอาเซียน หากทุกประเทศในอาเซียนประสานความร่วมมือกันสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลุงทุน จะสามารถสร้างรายได้แต่ละประเทศสมาชิกต่อเนื่อง

การเดินทางโดยฝูงสกายแอคทีฟนับ 10 คัน ขับเคลื่อนโดยสื่อมวลชนพร้อมด้วยผู้บริหาร และทีมงานกว่าร้อยชีวิต แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ที่จะมาสลับผลัดเปลี่ยนกันควงพวงมาลัย เพื่อร่วมสร้างเส้นทางแห่งประวัติศาสตร์ เชื่อมโยงอารยธรรม บนเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจ เชื่อมโยงวัฒนธรรม ไปกับกิจกรรม MAZDA DNA SKYACTIV CARAVAN โดยมาสด้าปักหมุดไว้ที่เส้นทางสายเศรษฐกิจลุ่มแม่น้ำโขง สืบเนื่องจากความร่วมมือจาก 6 ประเทศ ประกอบด้วย พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม จีน และไทย ได้ร่วมผนึกกำลังทางเศรษฐกิจ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการขยายตัวทางการค้า การลงทุนด้านอุตสาหกรรม ด้านการเกษตร และด้านการบริการ เพิ่มคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชากร

กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิก 6 ประเทศ ได้มีการกำหนด 9 เส้นทางหลักเพื่อเป็นพื้นที่พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง หรือ Greater Mekong Subregion  (GMS) โดยขบวนคาราวานรถยนต์มาสด้าจะออกโลดแล่นไปบนเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจ แนวตะวันออกมุ่งหน้าสู่ตะวันตก หรือที่รู้จักกันในชื่อ EAST-WEST ECONOMIC CORRIDOR เรียกว่าเส้นทาง R2 หรือ R9 เมื่ออยู่ในประเทศลาว ที่เชื่อมสองมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ จากมหาสมุทรแปซิฟิกทางตะวันออก หรือทะเลจีนใต้ กับมหาสมุทรอินเดียตะวันตก สัมผัสขนบธรรมเนียมประเพณี วิถีชีวิตความเป็นอยู่ และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม รวมไปถึงการเติบโตของสมาชิกกลุ่มประเทศอาเซียน

โดยคาราวานจะใช้เส้นทาง R2 หรือ R9 เป็นเส้นทางหลักในการเดินทางครั้งนี้ รวมระยะทางทั้งสิ้นกว่า 2,900 กิโลเมตร ในระหว่างวันที่ 20-26 มิถุนายน 2560 ระยะรวมระยะเวลา 7 วัน โดยผู้ร่วมเดินทางกลุ่มแรกจะเริ่มต้นภารกิจครั้งนี้ด้วยการบินลัดฟ้าสู่เมืองเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม (วันที่ 20-23 มิ.ย. 2560) ถือเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้พาคณะสื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชมหนึ่งในฐานการผลิตรถยนต์มาสด้าในแถบอาเซียน ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังเมืองเว้ ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษของเวียดนาม ก่อนที่จะเข้าสู่ด่านชายแดนลาวบาวของเวียดนาม-ลาว และข้ามแม่น้ำโขงผ่านประเทศลาวด้วยสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 เข้าสู่ประเทศไทยในจังหวัดมุกดาหาร ผ่านขอนแก่น มุ่งหน้าสู่พิษณุโลกซึ่งเป็นจังหวัดที่รัฐบาลไทยปลุกปั้นให้เป็นเส้นทางสายเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงการเดินทางจะทั่วทุกสารทิศ นั่นคือ “4 แยกอินโดจีน” ด้วยตำแหน่งที่อยู่กึ่งกลางจุดตัดระหว่าง NSEC และ EWEC จึงเกิดการเชื่อมโยงเศรษฐกิจจากทั้ง 4 ทิศ ภาครัฐจึงสนับสนุนให้เกิดการลงทุน มีการจัดตั้งศูนย์บริการกระจายสินค้า และการท่องเที่ยวทางธรรมชาติสร้างรายได้ให้ครัวเรือนได้อีกด้วย

การเดินทางช่วงที่ 2 รับช่วงต่อโดยผู้ร่วมเดินทางกลุ่มที่สอง (วันที่ 23-25 มิ.ย. 2560) ประเดิมวันแรกกับเส้นทางพิษณุโลก สู่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อข้ามแดนสู่เมืองมะละแหม่ง เมืองตากอากาศชายทะเล ประเทศพม่า ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังเมืองย่างกุ้ง เมืองหลวงประเทศพม่า ศูนย์กลางทางการค้าหลักที่สำคัญของประเทศ ก่อนจะปิดท้ายทริปด้วยบรรยากาศและความงดงามของสาวพม่า ณ “ตลาดสก๊อต” ก่อนที่จะส่งมอบพวงมาลัยต่อให้ร่วมเดินทางกลุ่มสุดท้าย (วันที่ 24-26 มิ.ย. 2560)

สำหรับการเดินทางในช่วงสุดท้าย คือ สามชิกกลุ่มที่ 3 ก่อนรับภารกิจครั้งนี้ได้มีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวพม่า ที่แม้แต่คนไทยยังต้องดั้นด้นไปไหว้ขอพร เริ่มต้นที่วัดเจ๊าทัตยี พระนอนองค์ใหญ่ที่ตาหวานที่สุด, พระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากอง และเจดีย์โบดาทาวน์ หรือ วัดเทพทันใจ หลังจากอิ่มบุญก็เริ่มภารกิจนำทัพ DNA SKYACTIV กลับสู่ประเทศไทย ผ่านด่านแม่สอด มุ่งหน้าสู่กรุงเทพมหานครถือเป็นอันเสร็จสิ้นสุดภารกิจ พร้อมกับการกลับมารวมตัวของผู้ร่วมเดินทางเพื่อร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จของเส้นทางประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ MAZDA DNA SKYACTIV CARAVAN ณ ร้านอะเบาท์ฮิพ (About Hip) บนถนนประชาชื่น เป็นการปิดทริปคาราวานอย่างสมบูรณ์แบบ

สามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของการเดินทางในครั้งนี้ได้ที่ www.facebook.com/humanroadjourney และที่ www.humanroadjourney.com …คงจะมีเพียงเส้นขอบฟ้าเท่านั้น ที่จะหยุดยั้งการเดินทางของเราได้ MAZDA DNA SKYACTIV CARAVAN

**ภาพประกอบจากทริปการเดินทางเส้นทางฮานอย-โฮจิมินท์**

 

 

เรื่อง/ภาพ: Buddhi Humanroad

ข้อมูลโดย: Humanroadjourney
ติดตามข่าวสาร ยานยนต์และท่องเที่ยว ไลฟ์สไตล์ ได้ที่ www.humanroadjourney.com

Facebook Comments