ออกไป Journey กับ “mini Mountain 4.0” ความสุขของคนรัก “มินิ”

การออกเดินทางร่วมคาราวานไปกับกลุ่มมินิคลาสสิก mini Family Club Thailand ทำให้ผมคิดถึงรถคันแรกในชีวิต นั่นคือ Austin 1100 ที่ไม่รู้ว่าตอนนี้เจ้าของใหม่จะดูแลเค้าได้ดีขนาดไหน แต่ครั้งนี้ทำให้มีเป้าหมายใหม่ว่าจะต้องมีมินิคลาสสิกเอาไว้เป็นของขวัญให้ตัวเองสักคันแล้วล่ะ เพราะความอบอุ่น ความสุข และเสียงหัวเราะที่ได้รับมาจากการเดินทางมันทำให้หัวใจพองโตและมีความสุขมากมายจริงๆ

เชื่อว่าใครๆ ก็ต้องรู้จักแบรนด์มินิ แต่รู้หรือไม่ว่ามินิ มีตำนานมาอย่างยาวนาน ซึ่งเจ้ารถคันเล็กๆ อย่าง “มินิ” นี่ล่ะที่สร้างยอดขายจำนวนมากและประสบความสำเร็จมาตั้งแต่ปี 1959 แม้ว่าปัจจุบันจะเลิกผลิตไปนานแล้ว มีเพียงรุ่น re-product ที่จำหน่ายในต่างประเทศเพียงไม่กี่คันเท่านั้น แต่ความเล็กของตัวถัง ที่แสดงออกถึงความอเนกประสงค์และมีความน่ารักอยู่ในตัวยังคงได้รับความนิยมมาถึงปัจจุบัน แม้ว่ามินิยุคใหม่จะเปลี่ยนโฉมไปมากมาย แต่คำว่า “มินิ” ยังคงมีมนต์เสน่ห์ไม่เสื่อมคลาย ถึงขนาดที่ยอมเสียเงิน เสียเวลาปลุกปั้นเป็นปีๆ เพื่อให้เจ้ามินิคลาสสิกออกมาโลดแล่นบนท้องถนนได้อย่างสมบูรณ์แบบ ของอย่างนี้ไม่รักจริงทำไม่ได้นะเนี่ย

ส่วนงานในครั้งนี้เป็นงานรวมพลมินิคลาสสิก “mini Mountain 4.0” ที่มีรถมินิทั้งรุ่นคลาสสิกและรุ่นใหม่เข้าร่วมคาราวานมากถึง 300 คัน เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีแฟนมินิคลาสสิกที่ขับมินิสุดรักข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากมาเลเซีย, สิงคโปร์ และญี่ปุ่น มาร่วมขบวนกันอีกด้วย งานที่ชื่อเล็กๆ กลายเป็นงานระดับอินเตอร์ไปแล้ว

สำหรับเส้นทางที่จัดขึ้นถือว่าไปกันได้สะดวกและเหมาะกับชาวมินิจริงๆ โดยเริ่มต้นจากการรวมตัวกันที่เซนทรัล อีสต์วิลล์ เลียบด่วนรามอินทรา แล้วตั้งขบวนขับเป็นคาราวานผ่านเส้นทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ต่อเนื่องถนนกาญจนาภิเษกไปถนนพหลโยธินมุ่งหน้าเข้า จ.สระบุรี โดยมีจุดพักรถจุดแรกที่ปั้มบางจากวังน้อย ซึ่งทุกคันยังคงขับได้อย่างสมบูรณ์ ทำรถกันมาดีเยี่ยมจริงๆ ที่สำคัญเหล่ามินิคลาสสิกทั้งหลายกลายเป็นเป้าสายตากันไปตลอดเส้นทางจนถึงเขาใหญ่ ให้รู้ซะบ้างว่ามินินั้นน่ารักขนาดไหน

จากนั้นเดินทางต่ออีกราว 100 กิโลเมตร เพื่อไปจุดนัดพบที่สองคือปั้ม PT ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับฟาร์มโชคชัย เพราะที่ตรงนี้สามารถรองรับชาวมินิคลาสสิกได้หลายร้อยคัน รวมทั้งเป็นจุดที่พักทานอาหารเที่ยงกันด้วย แถมยังมีประมูลของเกี่ยวกับมินิในช่วงที่รอเวลาตั้งขบวนอีกครั้ง ซึ่งสไตล์การประมูลนั้นเรียกเสียงหัวเราะได้จริงๆ

เมื่อสมาชิกมากันพร้อมและอิ่มท้องกันแล้วก็ได้เวลาเดินทางกันต่ออีก 20 กิโลเมตร เพื่อไปยังจุดหมายปลายทางที่ Bonanza Exotic Zoo หรือ สวนสัตว์โบนันซ่า นั่นเอง ซึ่งทีมงานเพจ mini Family Club Thailand ได้จัดเตรียมพื้นที่เอาไว้กว้างมาก สามารถจอดรถที่มาร่วมงานได้ทั้งหมด แถมยังจัดซุ้มอาหาร โซนดนตรี และจุดกางเต้นท์เอาไว้อย่างเหลือเฟือเลยทีเดียว

แดดล่ม ลมโชย อากาศเริ่มเย็นลง รถทุกคันมาถึงภายในงานกันครบทุกคันก็ถึงเวลาสนุกกันแล้ว เสียงดนตรีเริ่มบรรเลง อาหารการกินพร้อม บทสนทนาเริ่มต้น รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของคนที่ชื่นชอบในสิ่งเดียวกัน สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นท่ามกลางลมหนาวได้อย่างสนุกสนาน แถมยังตั้งตลาดเปิดท้ายเล็กๆ ที่สมาชิกนำของที่เกี่ยวกับมินิมาจำหน่ายในราคาพิเศษกันอีกด้วย

มงคล ปรีชาจารย์ (Mongkol Preechajan) มิสเตอร์บีน เมืองไทย

แต่ที่มาสร้างสีสันภายในงานและสร้างรอยยิ้มได้แบบแย่งซีนที่สุดคือการมาศาสดาของเหล่ามินิ นั่นคือ “มิสเตอร์บีน” นั่นเอง!! ไม่น่าเชื่อว่าคนดังระดับอินเตอร์จะมาร่วมงานนี้ได้ แต่ดูให้ดีๆ นี่มิสเตอร์บีนจากเวทีไทยแลนด์ก๊อตทาเล้นต์ หรือ “คุณมงคล ปรีชาจารย์” นั่นเอง 555 ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัว ท่าทางที่แสดงออก ช่างเหมือนมิสเตอร์บีนตัวจริง จริงๆ เป็นอันว่างานนี้มีครบรสจริงๆ

Elvich Phatihatakorn พาย้อนยุคด้วยเพลงของเอลวิส เพรสลีย์ ทั้งโยก ทั้งคลึง ได้อย่างสนุกทีเดียว

และที่ต้องขอบคุณเป็นพิเศษก็คือผู้ที่ให้การสนับสนุนการจัดงานในครั้งนี้ นั่นคือ มินิ (ไทยแลนด์), การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, สิงห์ คอร์ปอเรชั่น, Air Asia, Air Asia X, British Cycle Square, Lamina, Thule, Furio by บางจาก, Oakley, Keen และ Prolina ที่ช่วยทำให้งาน mini Mountain 4.0 สมบูรณ์แบบและสร้างความสุข ความอบอุ่นได้ขนาดนี้ ส่วนงานในครั้งต่อไปจะเป็นอย่างไรและจะสนุกกว่านี้รึเปล่า Humanroadjourney พร้อมนำเสนอต่อไปอย่างแน่นอนและพบกันใหม่คราวหน้านะชาวมินิคลาสสิก Love You All ^^

 

 

 

 

เรื่อง/ภาพ: Buddhi Humanroad

ข้อมูลโดย: Humanroadjourney
ติดตามข่าวสาร ยานยนต์และท่องเที่ยว ไลฟ์สไตล์ ได้ที่ www.humanroadjourney.com