เที่ยวลาวใต้สุดฟิน กับ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ “Extraordinary Adventure”

นี่เป็นครั้งแรกที่ขับรถเดินทางเข้า สปป.ลาว และเป็นการเดินทางที่สุดประทับใจ แม้ว่าจะเดินทางมาแล้วหลายประเทศ แต่ที่ลาวใต้แห่งนี้ มีเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์ ทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ผู้คนที่มีอัธยาศัยไมตรี จนรู้สึกว่าการใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายมันช่างสบายใจจริงๆ

สำหรับการเดินทางในครั้งนี้ทาง ฟอร์ด ประเทศไทย จัดเป็นทริปสุดพิเศษ “Extraordinary Adventure” ที่ขับฟอร์ด เอเวอเรสต์ (Ford Everest) จากอุบลราชธานีข้ามพรมแดนไปซึมซับความมีเสน่ห์ของลาวใต้ที่เป็นความประทับใจไม่รู้ลืม โดยเริ่่มต้นเดินทางจากสนามบินอุบลราชธานี ซึ่งทีมงานได้จัดเตรียมรถฟอร์ด เอเวอเรสต์ เอาไว้ถึง 15 คัน และบางคันได้ติดตั้งเต้นท์สนามบนหลังคารถที่เป็นผลิตภัณฑ์ของคนไทยด้วยแบรนด์ MaxXEquip เอาไว้อีกด้วย

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ กับเต้นท์สนามที่ติดตั้งบนหลังคาของ MaxXEquip

เมื่อทุกคนประจำรถพร้อมก็เริ่มออกเดินทางเข้าสู่เมืองปากเซ ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองช่องเม็ก ขับรถกันยาวๆ ตะลุยขับกันบนทางลูกรัง ขรุขระ น้อยครั้งที่จะเจอทางราดยาง ทำให้สภาพการขับส่วนใหญ่ต้องขับฝ่ากลุ่มฝุ่นที่หนาจัด (ฝุ่นนะไม่ใช่หมอก) จนมองแทบไม่เห็นรถคันหน้า ต้องทิ้งระยะห่างค่อนข้างมากเพื่อความปลอดภัย แล้วยังมีลำธารที่ต้องขับผ่านอีก 4 แห่ง ดีที่ทริปนี้ถูกเลื่อนออกมาตั้งแต่เดือนตุลาคม เพราะทีมสำรวจเส้นทางมืออาชีพพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าน้ำเยอะเกินไป อันตรายมาก แถมแต่ละแห่งยังมีความลึกที่ต่างกัน เอาเป็นว่ามาขับในช่วงเดือนธันวาคมดีที่สุด แต่ก็ยังคงลึกและน้ำเชี่ยวพอประมาณ ส่วนการขับผ่านลำธารนั้นกลายเป็นเรื่องที่ไม่ยาก เพราะด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และโหมดการขับที่มีให้เลือกทุกสถาพพื้นผิวถนนทำให้การขับกลายเป็นเรื่องง่าย เพียงแต่ต้องเรียนรู้วิธีการใช้งานโหมดการขับต่างๆ ให้ถูกต้องซะก่อน ไม่อย่างนั้นหากใส่ 4L หรือ 4H แล้วขับผิดวิธีก็จะทำให้เครื่องยนต์และเกียร์จะทำงานหนักจนพังได้เช่นกัน

สำหรับ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ รุ่นที่นำมาใช้ขับในคาราวานครั้งนี้มาพร้อมกับขุมพลังดีเซลดูราทอร์ค ทีดีซีไอ วีจี เทอร์โบ  (Duratorq TDCi VG Turbo) ขนาด 3.2 ลิตร แบบ 5 สูบ ส่งพละกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ให้กำลังสูงสุดถึง 200 แรงม้า ที่ 3,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดถึง 470 นิวตันเมตร ที่ 1,750-2,500 รอบต่อนาที พร้อมระบบการขับเคลื่อน 4 ล้อ อัจฉริยะ Terrain Management (i4WD with Terrain Management System – i4WD TMS) สามารถปรับโหมดการขับเคลื่อนให้เหมาะสมกับสภาพถนน ไม่ว่าจะเป็นการขับลุยโคลน พื้นทราย หินกรวด รวมถึงการลุยน้ำข้ามลำธาร โดยเฉพาะบนพื้นผิวถนนที่ลื่นและขรุขระ ด้วยระบบล็อคเฟืองท้ายแบบ Electronic Locking Rear Differential (LRD) ประกอบกับความสูงจากพื้นรถถึง 225 มิลลิเมตร ซึ่งถือว่าสูงที่สุดเมื่อเทียบกับรถยนต์ระดับเดียวกัน และความสามารถในการลุยน้ำที่ความลึกสูงสุดที่ 800 มิลลิเมตร หรือ 80 เซนติเมตร นั่นเอง

น้ำตกแซปองไล

โดยจุดหมายแรกของทริปนี้คือ น้ำตกแซปองไล ที่แขวงอัตตะปือ (Attapue) ติดกับแขวงจำปาศัก เป็นน้ำตกมหัศจรรย์แห่งลาวใต้ที่ซ่อนตัวอยู่กลางดงพงไพร เกิดจากการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกที่ดันให้ชั้นหินสูงขึ้นเป็นหน้าผาน้ำตกที่สูงชัน และสวยงามอลังการมากๆ

เมื่อซึมซับบรรยากาศ สัมผัสแสงแดดยามเย็นและอุณหภูมิที่เริ่มต่ำลง ดวงอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า ได้เวลาเดินทางย้อนลงมาตั้งแคมป์ริมลำธาร ทานอาหารปิ้งย่างให้เข้ากับบรรยากาศ เฮฮาสังสรรค์กันพอเป็นพิธีแล้วเข้านอนในเต้นท์ที่กางเตรียมเอาไว้ เป็นการนอนหลับที่สบายกลางป่าของลาวใต้ที่อากาศบริสุทธิ์จริงๆ

น้ำตกแซพระ

เช้าวันใหม่ วันที่สองของการเดินทาง คาราวานพร้อมเดินทางสู่แหล่งอันซีนแห่งที่สองคือ น้ำตกแซพระ ซึ่งเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงและความสวยงามไม่น้อยไปกว่าน้ำตกแซปองไล แถมยังอยู่ไม่ไกลกันอีกด้วย ขับรถไม่ถึง 10 นาทีก็ไปถึงแล้ว เสียงของน้ำที่ตกกระทบยังผืนน้ำเบื้องล่าง สายลมเย็นๆ ที่สัมผัสผิวหน้า และเสียงของเหล่าวิหกน้อยๆ ทำให้เช้าวันนี้มีความสุขสุดๆ

จากนั้นจึงเดินทางไปมอบอุปกรณ์การเรียน การสอน อุปกรณ์กีฬาและของใช้ที่จำเป็นให้กับนักเรียนที่โรงเรียนสมบูนไชย ดอนโขง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียนในพื้นที่ แววตาของเด็กๆ ที่ได้เห็นพี่ๆ น้าๆ เอาของมาแจกให้ แสดงออกถึงความสุขและความสนุกสนานที่ได้รับ อย่างนี้ล่ะที่เรียกว่าการให้คือความสุขที่ไม่สิ้นสุด

ถึงเวลาเดินทางกันต่อ ขับฝ่ากลุ่มฝุ่นควันกันเหมือนเดิม ระหว่างทางยังได้ขับผ่านไร่กาแฟที่ชุมชนส่วนใหญ่ทำอาชีพปลูกกาแฟ เพราะด้วยพื้นที่แถบนั้นคือที่ราบสูงโบโลเวน มีสภาพอากาศที่เหมาะกับการปลูกกาแฟเป็นอย่างมาก คาราวานฟอร์ด เอเวอเรสต์ ยังได้ตื้นเต้นกันเป็นระยะๆ เมื่อขับผ่านชุมชนที่นอกจากจะต้องใช้ความเร็วต่ำเพื่อความปลอดภัยแล้ว ยังต้องระวังเจ้าหมูน้อยที่คอยวิ่งตัดหน้ารถกันตลอดทางอีกด้วย ใช่แล้ว “หมู” อ่านไม่ผิด เท่าที่เห็นรู้สึกว่าจะพบเจ้าน้องหมูมากกว่าน้องหมาซะอีกนะเนี่ย และจุดหมายต่อไปคือ น้ำตกตาดฟาน ที่แห่งนี้ต้องบอกว่ามหัศจรรย์จนต้องต้องว้าว!! แถมยังสร้างความเสียวได้แบบขนลุกกับกิจกรรม ZipLine ที่ท้าทายความกล้าของเหล่านักท่องเที่ยวจากต่างแดนอีกด้วย งานนี้ต้องลอง!

น้ำตกตาดฟาน

กิจกรรม ZipLine สุดหวาดเสียวบนความสูงกว่า 100 เมตร

สำหรับที่น้ำตกตาดฟานเป็นน้ำตกที่สูงใหญ่ มีสายน้ำสองสายที่ไหลมาบรรจบกันแล้วไหลลงสู่หน้าผาสูง..ที่สูงกว่า 100 เมตร ท่ามกลางแมกไม้สีเขียวชะอุ่ม แสงแดดอุ่นๆ ลมหนาวที่พัดผ่านทิวเขา ซึ่งที่แห่งนี้อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดงหัวสาวบนที่ราบสูงโบโลเวน เมืองจำปาสัก ทั้งยังเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์และเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าสายพันธุ์อนุรักษ์อีกหลายสายพันธุ์ ทั้งเสือดาว เสือโคร่ง ช้างป่า ลิงและนกอีกกว่า 300 สายพันธุ์ เป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์จริงๆ เพราะเมื่อได้ลงเล่นกิจกรรม ZipLine (ซิปไลน์) หรือการโหนสลิงข้ามหุบเขา จะเห็นว่ามองไปไกลๆ ก็จะเห็นแต่สีเขียวของพรรณไม้เต็มไปหมด ยิ่งถ้ามองลงไปข้างล่างยิ่งสร้างความเสียวได้แบบสุดๆ เพราะสูงเหลือเกิน เป็นความท้าทายแบบเอ็กซ์ตรีมจริงๆ และไม่ใช่แค่โหนเส้นเดียว ZipLine ที่นี่มีทั้งหมด 5 เส้น! และก่อนจะโหนเส้นสุดท้ายต้องเดินขึ้นเขาไปถึงจุดสูงสุดแล้วโหนตัวลงมาอีก หากพูดถึงความหวาดเสียวของความสูงแล้วถือว่าเสียวสุดๆ แต่การเดินขึ้นเขาไปถึงจุดสูงสุดเพื่อโหนตัวลงมา ทั้งที่อยู่บนที่ราบสูงอากาศน้อยอยู่แล้ว การเดินขึ้นจุดโหนที่ห่างไปแค่ร้อยกว่าก้าวก็ทำให้ผู้ชายแมนๆ ต้องหอบแฮกๆ ได้เหมือนกัน คิดแล้วขาสั่นกันเลยทีเดียว

จากนั้นไปเยี่ยมชมวิถีชีวิตของชนเผ่า “ตะโอย” ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย มีจารีตประเพณีที่เคร่งครัดและมีวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ชาวบ้านส่วนใหญ่นิยมปลูกกาแฟ ไม้ผลต่างๆ ปลูกไม้อุตสาหกรรม เลี้ยงสัตว์ รวมถึงผลิตงานหัตถกรรมและทอผ้าที่ได้รับความนิยมมากในเวียงจันทน์

ปราสาทหินวัดพู

และวันสุดท้ายก่อนเดินทางกลับอุบลราชธานี ประเทศไทย มีสถานที่แห่งสุดท้ายที่จะต้องไปเที่ยวชม นั่นคือ ปราสาทหินวัดพูหรือที่ชาวลาวเรียกว่า ภูเกล้า เป็นโบราณสถานที่สำคัญของ สปป.ลาว ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์กรยูเนสโก (UNESCO) ให้เป็นมรดกโลกในปี 2544 ซึ่งปราสาทหินวัดภูมีอายุมากกว่า 1,000 ปี มีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบเขมร สร้างขึ้นจากหินทรายและอิฐ เป็นสถานที่เรียกว่าเป็นเทวสถานศักดิ์สิทธิ์ ทั้งยังเป็นแหล่งอารยธรรมโบราณ 3 ยุค คือ อาณาจักรเจนละ, อาณาจักรของ และอาณาจักรล้านช้าง นั่นเอง

การเดินทางด้วยฟอร์ด เอเวอเรสต์ ในกิจกรรม Ford Everest Extraordinary Adventure มายังลาวใต้ในครั้งนี้ Humanroadjourney ต้องบันทึกเอาไว้ว่าเป็นทริปที่ยอดเยี่ยมที่สุดของฟอร์ด เพราะนอกจากจะได้เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ แล้ว ยังได้ลองทุกสิ่งที่ทีมวิศวกรของฟอร์ดได้ติดตั้งเอาไว้เพื่อให้ใช้งานได้อย่างอเนกประสงค์สุดคุ้มค่า (ก่อนหน้านี้ยังมีทริปตามรอยต้นน้ำของพ่อ จ.กาญจนบุรี ที่คิดว่ายอดเยี่ยมแล้ว ทั้งขับฟอร์ด เรนเจอร์ลุยทางขรุขระเป็นสิบกิโลเมตร ให้หัวสั่นหัวคลอน ขับไปมุดถ้ำลุยอุโมงค์ที่เหมือนเก่า ขับรถขึ้นแพขนานยนต์ข้ามอ่างเก็บน้ำ ฯลฯ ที่สุดจะลุยไปด้วยกัน ก็แหม..ทีมพีอาร์สาวของฟอร์ด พันธุกรรมแกร่งซะขนาดนี้ ผู้ชายอวบอ้วนคนนี้จะยอมแพ้ได้ยังไง)

แต่สิ่งที่นอกจากจะทำให้มั่นใจกับสมรรถนะของฟอร์ด เอเวอเรสต์ ที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็นที่หนึ่งแล้ว ยังได้สร้างมิตรภาพที่เกิดจากการเดินทางและประสบการณ์ที่หาไม่ได้ง่ายๆ ตอนนี้ก็เข้าสู่ปีใหม่ 2561 กันแล้ว หากใครที่ยังคงใช้ชีวิตในแบบเดิมๆ ลองหาโอกาสเปลี่ยนชีวิตด้วยการเดินทางดูบ้าง แล้วจะรู้ว่าความสุขที่เกิดจากการออกไปเห็นโลกภายนอกนั้นมันคุ้มค่าขนาดไหน และถ้าเป็นไปได้ลองให้ฟอร์ด เอเวอเรสต์ มาเป็นเพื่อนร่วมทางก็จะดีไม่น้อย…สวัสดีปีใหม่ครับทุกท่าน ขอให้มีความสุขกับการเดินทางครั้งใหม่นะครับ.

 

 

เรื่อง: Buddhi Humanroad

ขอบคุณภาพจาก ฟอร์ด ประเทศไทย

ข้อมูลโดย: Humanroadjourney
ติดตามข่าวสาร ยานยนต์และท่องเที่ยว ไลฟ์สไตล์ ได้ที่ www.humanroadjourney.com

และติดตามได้ทางเฟสบุ๊ค www.facebook.com/humanroadjourney/

Facebook Comments