BMW M Experience in Korea ขับให้เร็ว! แต่ปลอดภัย

นี่เป็นครั้งแรกที่มีโอกาสได้ไปเยือนแผ่นดินเกาหลีใต้เป็นครั้งแรก แต่เป็นอีกครั้งที่ได้ลับคมฝีมือการขับเป็นการเพิ่มทักษะและความสามารถให้มากขึ้นกว่าเดิม แถมยังได้เห็นอะไรใหม่ๆ ที่เกี่ยวกับ BMW มาขึ้นอีกมากมาย เป็นทริปที่คุ้มค่ามากทีเดียว

กิจกรรมพิเศษ BMW M Experience 2017 ครั้งนี้เป็นทริป 2 วัน 1 คืน เป็นทริปสั้นๆ แต่คุ้มค่ามาก หลายต่อหลายครั้งที่ผู้เขียนได้เข้าอบรมการขับขี่ในลักษณะนี้ในหลากหลายค่ายรถยนต์ สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญที่สุดนั่นคือ “ความปลอดภัย” และผู้ฝีกสอนหรือ Instructor ทุกคนจะเน้นย้ำว่า “หากจะขับรถให้เร็ว ต้องขับให้ปลอดภัย และอย่าใช้ความเร็วให้พร่ำเพรื่อ ควรเร็วในจังหวะที่เหมาะสมและปลอดภัยเท่านั้น ถึงจะเป็นคนที่ขับรถเป็น ไม่ใช่เป็นแค่คนที่สามารถทำให้รถเคลื่อนที่ได้เท่านั้น” ซึ่งในระหว่างการฝึกมีคำพูดที่จำได้แม่นยำว่า “วันนี้คุณต้องขับให้เร็วขึ้นกว่าเดิม รถที่เตรียมเอาไว้แรงมากพอที่จะทำความเร็วแบบสุดๆ แต่คุณต้องควบคุมรถให้ได้ด้วยความเร็วระดับนั้น” นี่เป็นความท้าทายแบบสุดๆ จริงๆ

การเดินทางในทริปนี้เริ่มต้นจากนั่งเครื่องของสายการบิน Korea Airline ในช่วงสายๆ มีจุดหมายปลายทางที่ Incheon International Airport ซึ่งกว่าจะไปถึงก็เป็นช่วงเย็นพอดี (เวลาของเกาหลีต่างจากไทย 2 ชั่วโมง) เมื่อนั่งรถบัสถึงที่พักก็ต้องรีบเก็บสัมภาระแล้วออกไปทานอาหารเย็นแบบเกาหลีกันที่ korea grill “kyungbokkung” ที่จัดร้านสไตล์พระราชวังเคียงบก เพื่อพบกับผู้บริหาร BMW Korea, ผู้ฝึกสอนและทีมงาน ซึ่งการนั่งทานอาหารร่วมโต๊ะกันนี่ล่ะ ที่สร้างบทสนทนาน่าสนใจเกิดขึ้น เพราะโต๊ะของสื่อมวลชนจากไทยมีเพื่อนร่วมโต๊ะเป็นผู้ฝึกสอนจากเยอรมนีถึง 2 คน การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่างๆ จึงเริ่มต้นขึ้น

จุดสำคัญหลักๆ ที่พูดคุยกันคือ สไตล์การใช้รถและสภาพการขับรถของคนไทยกับเยอรมนีนั้นแตกต่างกันมาก โดยเฉพาะเรื่องของการใช้ความเร็ว และการเคารพกฎหมายจราจร ซึ่งครั้งหนึ่งผู้เขียนเคยไปทดสอบ BMW 3Series และ X1 รุ่นใหม่ เมื่อ 2 ปีที่แล้ว และใช้เส้นทางจากมิวนิคสู่ออสเตรีย ยอมรับว่าเป็นอย่างนั้นจริงๆ เกิดเป็นคำถามในใจว่า ทำไมเวลาไปขับในต่างประเทศเราถึงทำตามกฎกติกาที่เขาเขียนเอาไว้ได้อย่างเคร่งครัด แต่พอขับรถในบ้านเรา กลับละเลยและขาดจิตสำนึกในการใช้รถใช้ถนนร่วมกัน (ยอมรับว่าบางครั้งก็ทำตัวไม่ดีในการขับรถเหมือนกัน)

แต่คำตอบที่ตอบกับตัวเองได้ก็คือ เพราะเราไม่เคารพกฎจราจร มักจะทำอะไรตามใจ และมีความเห็นแก่ตัวในการใช้รถใช้ถนนที่สูงมากนั่นเอง รวมทั้งการบังคับใช้กฎหมายไม่ชัดเจนและไม่รุนแรงพอที่จะทำให้เกิดความเกรงกลัว ผลที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ ประเทศไทยเราจึงมีตัวเลขการเกิดอุบัติเหตุตลอดทั้งปีสูงที่สุดในโลก (น่าภูมิใจจริงๆ) และผู้ขับรถส่วนใหญ่ขาดทักษะในการควบคุมรถ แค่ทำให้รถเคลื่อนที่ได้ก็ขับออกถนนกันแล้ว ใบขับขี่ทำได้ง่าย เรื่องกฎจราจรคงไม่ต้องถามถึง เพราะเชื่อว่าตอบไม่ได้ แถมบางเรื่องยังเป็นความเข้าใจผิดๆ ที่ทำตามกันมาจนคิดว่าเป็นเรื่องถูกไปแล้วอีกด้วย ซึ่งต่างจากในเยอรมนีที่กว่าจะได้ใบขับขี่มานั่นยากเย็น ทำผิดกฎก็ถูกปรับกันแทบหมดตัว แต่คนของเขาถูกสอนให้มีระเบียบวินัยและเคารพเพื่อนร่วมทางมากกว่าพี่ไทยเรานั่นเอง…ซึ่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสนทนา และถูกตัดบทว่า “พรุ่งนี้ถึงเวลาที่คุณต้องเรียนรู้ ถึงจะเคยผ่านการอบรมมาแล้ว แต่ยิ่งฝึก ยิ่งเก่ง คุณตามผมให้ทันก็แล้วกัน” นั่นแน่ะ มีขู่ซะด้วย เดี๋ยวพรุ่งนี้รู้กัน

เช้าวันรุ่งขึ้น ทุกคนขึ้นรถบัสเดินทางมาที่ BMW Driving Center ซึ่งห่างจากโรงแรมที่พักเพียง 15 นาทีเท่านั้น ที่แห่งนี้เปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อเดือนสิงหาคม 2014 หรือเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา มีการลงทุนสูงถึง 62 ล้านยูโร หรือราว 2 พันล้านบาท บนพื้นที่ขนาด 240,000 ตารางเมตร เทียบง่ายๆ คือ พื้นที่เท่ากับสนามฟุตบอลมาตรฐาน 33 สนาม

ภายใน BWM Driving Center แบ่งเป็นโซนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโซน Showroom ของ BMW, BMW Motorrad, MINI, Rolls Royce และ Heritage Gallery โซน Driving Experience ที่แบ่งสนามทดสอบออกเป็นคอร์สต่างๆ คือ Multiple Course, Dynamic Course, Circular Course, Acceleration&Brake Course, Handling Course และ Off-Road Course, โซนของที่ระลึกและของตกแต่ง Lifestyle Shop, โซนห้องอาหาร Restaurant&Bar, โซน Event Hall สำหรับจัดงานต่างๆ โซน Green Park, สำหรับเป็นมุมพักผ่อนหย่อนใจบริเวณด้านนอกอาคาร, โซน Junior Campus ที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับรถยนต์และการขับขี่ที่ปลอดภัย และโซน Service Center ที่เดินสำรวจดูแล้วรู้สึกอิจฉาขึ้นมาทันตาเลยทีเดียว

ส่วนคอร์สที่ได้ฝึกในครั้งนี้มี 4 คอร์ส ด้วยกันคือ Handling Course ด้วย M2 Coupe, M3 Sedan และ M4 Coupe, Multiple Course แบบจิมคาน่า ด้วย M2 Coupe ตัวแรงรุ่นเล็ก แต่ให้การควบคุมและทรงตัวดีเยี่ยม และ Dynamic Course บนพื้นที่เปียกแฉะตลอดเวลา มีตัวเลือกให้ขับอย่าง M6 Coupe และ M6 Grand Coupe, X5M50d และ X6M

เริ่มต้นคอร์สแรกของสื่อมวลชนจากไทยด้วย Handling Course ซึ่งปล่อยให้ขับกันแบบเต็มที่รอบสนามที่มีความยาว 2.6 กิโลเมตร แต่สนุกกับการบังคับควบคุมและเร่งความเร็วแบบบ้าระห่ำได้อย่างสบายใจ มีทั้งโค้งที่วกวน โค้งโหดๆ โค้งตัว S โค้งยูเทิร์นยาวๆ ซึ่งมีรันออฟที่ทำให้เสียวไส้พอประมาณ โดยแบ่งให้รอบแรกขับด้วย M2 Coupe จากนั้นจึงเปลี่ยนให้เลือกขับระหว่าง M3 Sedan หรือ M4 Coupe นั่นเพื่อที่จะให้สัมผัสถึงสมรรถนะความแรงที่ต่างกันระหว่างรุ่นเล็กอย่าง M2 Coupe กับรุ่นพี่อย่าง M3 Sedan กับ M4 Coupe รวมถึงการควบคุมและการทรงตัวที่แตกต่างกัน ซึ่งโดยรวมนั้นแม้ว่าระดับความแรงของ M2 Coupe จะสู้รุ่นพี่ทั้งสองไม่ได้ แต่กลับให้ความคล่องตัวและให้การควบคุมที่คมไม่แพ้กัน

จากนั้นจึงเปลี่ยนไปต่อกันที่ Multiple Course ด้วย M2 Coupe คอร์สนี้มีชาเลนจ์เล็กๆ ด้วยการจับเวลาขับแบบจิมคาน่าทั้งหมด 5 รอบ คอร์สนี้ทำให้ความสามารถของ M2 Coupe โดดเด่นขึ้นอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นอัตราเร่งในช่วงต้น, การขับแบบสลาลอม, เปลี่ยนเลนกระทันหัน และการเบรคระยะประชิด ด้วยตัวถังขนาดกระทัดรัด แรงบิด 465 นิวตันเมตร ทำให้กดคันเร่งออกตัวได้อย่างสนุก พวงมาลัยไฟฟ้าแบบ EPS (Electric Power Steering) พร้อม Paddle Shift แสดงออกถึงความคล่องแคล่ว และกระฉับกระเฉงได้อย่างชัดเจน

หลังจากขับกันจนครบรอบก็ถึงเวลาเปลี่ยนไปยัง Dynamic Course ที่จะมีน้ำฉีดพื้นให้เปียกแฉะตลอดเวลา แต่พอเอาเข้าจริงๆ ฟ้าฝนเป็นใจ ตกโปรยปรายทำให้สนุกเหมือนกับในสถานการณ์จริงไปอีกแบบ ซึ่งมีรถให้เลือกคือ M6 Grand Coupe, X5M50d และ X6M แต่ผู้เขียนเลือก X5M50d เพราะอยากจะรู้ว่าด้วยตัวถังขนาดใหญ่แบบนี้ผลการขับจะออกมาอย่างไร อีกทั้งผู้ฝึกสอนยังให้จินตนาการอีกว่า “ให้ลองนึกว่าตื่นเช้าขึ้นมาแล้ว มีเหตุฉุกเฉินต้องรีบไปที่โรงพยาบาล ต้องฝ่าการจราจรที่แออัด ต้องใช้พวงมาลัยเยอะ แถมฝนก็ตก รีบก็รีบ” ได้ยินอย่างนั้นก็ขอจัดรุ่นใหญ่มาก็แล้วกัน ซึ่งผลที่ได้ค่อนข้างประทับใจ แม้ตัวถังจะมีขนาดใหญ่ แต่การขับแบบสลาลอมบนพื้นที่เปียกด้วยความเร็ว 60 กม./ชม. ให้การยึดเกาะที่ไว้ใจได้ ช่วงล่างให้ความรู้สีกแน่นและนิ่ง แม้จะมีความรู้สึกถึงตัวถังโยนบ้างเล็กน้อย แต่มั่นใจกับระบบช่วงล่างได้สบาย เมื่อมาถึงจุดที่ต้องเร่งความเร็วและเบรกกระทันหันแล้วหักหลบ รอบแรกผู้เขียนมาเร็วเกินไปและเบรกผิดจุด ทำให้เลยจุดปลอดภัยไปเล็กน้อย แต่แม้กระนั้นระบบช่วยเหลือก็ทำได้น่าประทับใจ ยังสามารถควบคุมทิศทางได้ แต่รอบที่สองมาตามผู้ฝึกสอนบอกทุกอย่าง เบรกตรงจุดและหักหลบทันที ABS ทำงานทันที หักเลี้ยวได้โดยไม่แข็งขืน และหยุดได้อย่างปลอดภัย ผ่านคอร์สนี้ไปได้พร้อมข้อแนะนำจากผู้ฝีกสอนอีกชุดใหญ่

หลังจากขับจบหมดทุกคอร์สแล้ว มีการสรุปภาพรวมจากผู้ฝึกสอนอีกครั้ง ซึ่งให้แนวคิดที่น่าสนใจมาก “วันนี้คุณรู้แล้วแล้วขับรถได้เร็วขึ้น แต่ปลอดภัยมากขึ้นด้วยรึเปล่า ตัวคุณจะรู้เอง รถที่มีสมรรถนะสูงทำความเร็วได้ทันที แต่ในความเป็นจริง เราไม่ได้ใช้ความเร็วตลอดเวลา ในช่วงความเร็วที่ดูเหมือนไม่ได้เร็วมาก แต่บางสถานการณ์เรายังควบคุมรถได้ไม่ดีนัก และนั่นอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุกับตัวเองและผู้ร่วมทางได้ หากขับรถด้วยความเร็วสูง ยิ่งต้องระวังมากขึ้น โอกาสเกิดอุบัติเหตุก็สูงขึ้นด้วยเช่นกัน เพราะอย่างนี้ การจำกัดความเร็วของถนนจึงสำคัญและต้องคำนึงถึง วันนี้คุณขับได้เร็วขึ้น อย่าลืมว่าความปลอดภัยต้องเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน”

แต่กิจกรรมยังไม่หมดเท่านี้ ยังมีอีก 1 เซอร์ไพรส์ ด้วยการเผยโฉม M4 CS (Competition Sport) ก่อนการเปิดตัวอีกไม่ถึง 24 ชั่วโมง ภายในงานเซี่ยงไฮ้ มอเตอร์โชว์ แต่มีการระงับข้อมูลและภาพถ่ายเอาไว้ก่อน ปล่อยให้ทางเซี่ยงไฮ้เปิดตัวแล้วจึงเผยแพร่ได้ แถมยังได้สัมผัสกันแบบใกล้ชิด นี่มันเจ๋งกว่าบินไปดูตัวจริงที่เซี่ยงไฮ้ซะอีกนะเนี่ย…และเป็นอันจบกิจกรรมในครั้งนี้

สิ่งที่ได้มาจาก BMW M Experience 2017 แน่นอนว่าได้ลองตัวแรงสไตล์มอเตอร์สปอร์ตอย่าง “M” แบบครบทุกรุ่น ให้ความสนุกสนามบนสนามแบบเต็มที่และเรียนรู้การบังคับควบคุมรถในความเร็ว และในโหมดที่แตกต่างกัน แต่สิ่งที่เหนือไปกว่านั้น มันคือความตระหนักรู้ถึงความสามารถในการควบคุมรถ การรู้จักใช้ความเร็วที่เหมาะสม และการมีสติบังคับควบคุมรถได้อย่างมีประสิทธิภาพและทำให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด แต่ทางที่ดีควรจะปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด ใช้ความเร็วให้เหมาะสมและคำนึงถึงความปลอดภัยที่ต้องมาก่อนเสมอ ลดเร็วก็ลดอุบัติเหตุด้วยเช่นกัน

ขอขอบคุณ BMW Group ที่มอบโอกาสพิเศษในครั้งนี้

 

 

เรื่อง: Buddhi Humanroad

ข้อมูลโดย: Humanroadjourney
ติดตามข่าวสาร ยานยนต์และท่องเที่ยว ไลฟ์สไตล์ ได้ที่ www.humanroadjourney.com