BYD e6 MPV ไฟฟ้าหย่าขาดมลพิษ!

BYD คือ ยี่ห้อ e6 คือ ชื่อรุ่นของรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนๆ คันนี้ มันถูกนำเข้าจากประเทศจีน โดยบริษัท ไรเซน เอเนอจี (Rizen Energy) ซึ่งหลายคนฟังแล้วเริ่มใส่อคติไปให้ล่วงหน้า ทั้งๆ ที่ความจริงแล้ว สถานการณ์รถไฟฟ้าในแดนมังกรนั้น ก้าวล้ำและเติบโตทัดเทียมกับบริษัทรถยนต์อื่นๆ ในยุโรปและอเมริกาไปนานแล้ว จึงไม่น่าประหลาดใจที่บีวายดี อีซิกส์ สีขาวบริสุทธิ์ จะถูกส่งมอบให้มาทดสอบถึงมือ เพื่อทำลายข้อกังขาอื่นๆ ให้สิ้นซาก

หน้าตาของเอ็มพีวี ไฟฟ้าคันนี้ดูเรียบๆ สัดส่วนทรวดทรงกำลังสวย แม้จะไม่เตะตาในครั้งแรกที่มองเห็น แต่กลับดูไม่น่าเบื่อเมื่อได้มองนานๆ อุปกรณ์จำเป็นถูกจัดมาให้ครบ ตั้งแต่ไฟหน้าแบบโปรเจ็คเตอร์ พร้อมเดย์ ไทม์ รันนิ่ง ไลท์ ส่วนของไม่จำเป็นอย่างกระจังหน้าพร้อมร่องระบายอากาศ ถูกตีทึบพร้อมขึ้นรูปเป็นแผ่นวงจรอิเลคทรอนิค ส่วนกระจกมองข้างนั้นมาพร้อมไฟเลี้ยวและไฟส่องสว่างนำทางลงพื้น

เส้นสายจากหัวจรดท้ายรถยนต์มีความลงตัว ไม่ว่าจะเป็นเส้นที่ลากจากกึ่งกลางหน้ารถ ขึ้นผ่านกระจกหน้า หลังคา แล้วไปจรดยังกันชนท้าย หรือจะเป็นเส้นด้านข้างทั้งทางซ้ายและขวา ส่งผลให้รถดูมีมิติยามจอดนิ่งและพลิ้วไหวยามเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างมีพลัง เมื่อประกอบเข้ากับล้ออัลลอย 5 ก้านลายเฉพาะสีเงินด้าน โคมไฟท้ายคู่หลังที่มีพื้นสีเงินวาววับ และแถบเส้นอลูมินัมวาววับแนวนอนด้านล่างกันชนท้าย ก็สามารถทำให้รถไฟฟ้าคันนี้จับตาจับใจใครๆ ได้ไม่มากก็น้อย

สัมผัสแรกกับการเปิดประตูห้องโดยสาร คุณรู้สึกได้เลยถึงน้ำหนักและการปลดล็อคอย่างไม่ก๋องแก๋ง เสียงปิดประตูมีการปรับตั้งให้ทุ่มนุ่มอย่างมั่นใจ สอดคล้องกับการตกแต่งภายในห้องโดยสารทีเทา-ดำ มีการเดินตะเข็บเบาะและคอนโซลต่างๆ ด้วยด้ายสีขาว ก่อนจะเสริมเส้นขอบและกรอบต่างๆ ด้วยอลูมินัมมันวาว ขณะที่จอแสดงผลแบบแอลซีดีหลากสี ปุ่มควบคุมความบันเทิง การเชื่อมต่อ และระบบปรับอากาศนั้น ไล่เรียงอยู่ตรงคอนโซลกลางลดหลั่นระดับกันลงมา

ขุมพลังของรถคันนี้คือ มอเตอร์ไฟฟ้า (AC Synchronous Motor) ให้พละกำลังสูงสุด 134 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุดทันทีที่กดคันเร่ง 450 นิวตันเมตร ส่วนแบตเตอรี่นั้นเป็นแบบลิเธียม ไอออน ฟอสเฟต (Lithium Iron Phosphate) ขนาดประจุ 80 kWh ใช้เวลาในการชาร์จประมาณ 2.5 ชั่วโมง ด้วยเครื่องชาร์จบีวายดี 40 kW โดยสามารถเดินทางได้ไกลถึง 400 กิโลเมตร พร้อมความเร็วสูงสุดถึง 149 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ทันทีที่คุณกดปุ่มสตาร์ทจะเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีแรงสั่นสะเทือนจากเครื่องยนต์ นอกเหนือจากคำว่า Ready! บนหน้าจอแสดงออกมาย้ำถึงความพร้อมเดินทาง ระบบปรับอากาศเป็นแบบอัตโนมัติแต่ไม่แยกส่วน ตำแหน่งคันเกียร์อยู่บนคอนโซลกลางทางด้านซ้ายมือของพวงมาลัย ถัดไปด้านซ้ายจะมีปุ่มเล็กๆ มีอักษร P สำหรับการกดเข้าเกียร์ P ที่สำคัญ รถไฟฟ้าคันนี้ไม่ต่างจากรถกอล์ฟ ซึ่งมีเกียร์เดียวคือ D กับเกียร์ว่าง (N) เท่านั้น!

เห็นตัวรถคันใหญ่ๆ และมาพร้อมน้ำหนักตัวเกือบสองตันครึ่ง แต่พละกำลังขับเคลื่อนกลับสร้างความมั่นใจตั้งแต่กดคันเร่ง ไม่มีอาการอิดออดหรือต้องรอรอบจากเครื่องยนต์เหมือนรถทั่วไป ช่วงล่างนุ่มหนึบไม่มีอาการย้วยใดๆ ออกมาให้เห็น พวงมาลัยตอบสนองการขับขี่อย่างเฉียบคม ระบบเบรกแบบดิสก์ทั้งสี่ล้อสามารถหยุดรถในทุกสถานการณ์ด้วยความมั่นใจ หรือจะถอนคันเร่งแล้วปล่อยให้แรงบิดฉุดรั้งความเร็วช่วย ก็จะทำให้การขับขี่สนุกยิ่งขึ้น

บีวายดี อีซิกส์คันนี้มีโหมดการขับขี่ให้เลือกใช้ 2 แบบคือ ECO และ SPORT แน่นอนว่า การปรับมาใช้รูปแบบการขับขี่อย่างหลัง จะตอบสนองการขับขี่ได้อย่างฉับไวกว่า โดยมีพละกำลังแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ขณะเดียวกันก็จะเกิดความสิ้นเปลืองกำลังไฟในแบตเตอรี่เป็นเงาตามตัวไปด้วย จนระยะทางที่สามารถขับได้บนหน้าจอลดลงอย่างรวดเร็ว ทั้งๆ ที่ระยะทางขับจริงดูน้อยกว่า นั่นรวมถึงเวลาการจราจรติดขัดหรือติดไฟแดงเป็นเวลานานๆ ระยะทางที่เหลือขับได้บนหน้าจอ ก็จะลดลงเช่นกัน

ยานยนต์ปราศจากมลพิษคันนี้พร้อมแล้วให้คุณเป็นเจ้าของ ด้วยค่าตัว 1.89 ล้านบาท บวกด้วยเครื่องชาร์จ BYD 40 kW อีก 129,900 บาท หรือจะเป็นเครื่องชาร์จตัวเล็ก BYD 7 kW ก็จะจ่ายเบาลงเหลือ 37,900 บาท เรียกง่ายๆ ว่า จ่ายกลมๆ เบ็ดเสร็จประมาณ 2 ล้าน ก็จะได้ใช้พาหนะรักษ์โลกมาครอบครอง พร้อมค่าบำรุงรักษาในระยะยาวน้อยกว่ารถเครื่องยนต์แน่นอน! (ไรเซน เอเนอจี 091-808-5555 / facebook: BYDThailand / @BYDThailand)

BYD e6 Concept 2011 จุดเริ่มต้นสู่ e6 รุ่นปัจจุบัน โดยไรเซน เอเนอจี (Rizen Energy) 

 

 

เรื่อง/ภาพ: สิโรตม์  เพ็ชรจำเริญสุข

ข้อมูลโดย: Humanroadjourney
ติดตามข่าวสาร ยานยนต์และท่องเที่ยว ไลฟ์สไตล์ ได้ที่ www.humanroadjourney.com

และติดตามได้ทางเฟสบุ๊ค www.facebook.com/humanroadjourney/

ชมภาพสวยๆ ทางอินสตาแกรมได้ที่ www.instagram.com/humanroadjourney

Facebook Comments