Subaru XV 2017 เปิดตัวที่ไต้หวันพร้อมเพิ่ม X-Mode เสริมแกร่ง

ซูบารุ เอ็กซ์วี (Subaru XV) รถครอสโอเวอร์ ที่เคยสร้างกระแสความนิยมในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาถึงปัจจุบัน และสร้างยอดขายให้กับมอเตอร์ อิมเมจ (Motor Image) ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ซูบารุอย่างเป็นทางการใน 9 ประเทศทั่วเอเชีย แบบที่ไม่เคยมีมาก่อนในการทำตลาดในประเทศไทย ซึ่งครั้งนี้มาพร้อมกับรูปโฉมใหม่ สปอร์ตสดใหม่ทั้งคัน ทั้งภายนอกและภายใน ขุมพลังปรับใหม่ให้แรงขึ้น พร้อมแพลตฟอร์มใหม่ ที่จะทำให้ ซูบารุ เอ็กซ์วี รุ่นปี 2017 นี้ สมบูรณ์พร้อมทั้งสมรรถนะและความโดดเด่นสะดุดตา เตรียมพบกันแน่นอนปลายปีนี้

สำหรับ ซูบารุ เอ็กซ์วี เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2012 (พ.ศ.2555) และเจ้าครอสโอเวอร์คันนี้ได้ทำให้วงการรถยนต์เมืองไทยและทั่วโลกต้องจดจำปรากฎการณ์ความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งถือว่าเป็นรถยนต์ที่มีครบทั้งเรื่องของสมรรถนะ ความอเนกประสงค์ รวมถึงเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคอย่างตรงใจ โดยในครั้งนี้ ซูบารุ เอ็กซ์วี กลับมาอีกครั้งกับรุ่นที่ถูกพัฒนาขึ้นเป็นรุ่นที่ 2 ภายใต้แพลตฟอร์มใหม่ “Subaru Global Platform” ที่เป็นการพัฒนาการเพื่อการขับเคลื่อนที่มั่นใจและการบังคับควบคุมที่เหนือชั้นกว่าเดิม

 

โดยในรุ่นใหม่เจเนอเรชั่นที่ 2 นี้ มีการเปิดตัวใช้ชื่อว่า “ดิ ออล-นิว ซูบารุ เอ็กซ์วี ครอสโอเวอร์” (The All-New Subaru XV Crossover) มีจุดเด่นสำคัญ 2 เรื่องหลักๆ ที่นอกเหนือจากการปรับรูปโฉมทั้งภายนอกและภายใน นั่นคือ การปรับขุมพลังเบนซินสูบนอนบ๊อกเซอร์ (Boxer) ขนาด 2.0 ลิตร ให้มีน้ำหนักเบาลง 12 กิโลกรัม พร้อมระบบหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงตรง ส่งกำลังผ่านเกียร์ Lineartronic (ลิเนียทรอนิกส์) ที่มีน้ำหนักเบากว่ารุ่นเดิมถึง 7.8 กิโลกรัม และมีระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์อัตโนมัติ (Auto-Step Shift Control) และโหมดเปลี่ยนเกียร์แบบแมนนวล 7 สปีด (7 Speed Manual Mode) รวมทั้งเพิ่มแรงม้าที่มากกว่าเดิมเป็น 156 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที และมีแรงบิดสูงสุดที่ 196 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที มีความจุถังน้ำมันมากถึง 63 ลิตร (เพิ่มขึ้น 13 ลิตร) และมีให้เลือก 2 รุ่น คือ รุ่น 2.0i และ 2.0i-S

และอีกเรื่องคือ การติดตั้งระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบสมมาตร (Symmetrical All-Wheel Drive) ที่ขึ้นชื่อร่วมกับระบบ X-Mode ที่ถูกติดตั้งเพิ่มขึ้นมาเช่นเดียวกับรุ่นพี่อย่าง Forester ซึ่งจะช่วยให้มีสมรรถนะที่สมบุกสมบันมากขึ้น และสามารถใช้งานได้อย่างหลากหลายตามภูมิประเทศที่ท้าทาย รวมถึงมีระบบ Hill Descent Control ที่ช่วยให้การขับบนทางลาดชันกลายเป็นเรื่องง่ายอีกด้วย

โดยการพัฒนาภายใต้ Subaru Global Platform นี้ ทำให้เพิ่งความแข็งแกร่งของตัวรถได้สูงขึ้นกว่า 70% เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม จากการที่ใช้เหล็กที่ทนแรงดึงสูงขึ้น ทำให้สามารถดูดกลืนพลังงานจากการชนได้ถึง 40% เมื่อเทียบกับรุ่นเดิมซึ่งจะช่วยลดการสั่นสะเทือนและเพิ่มสมรรถนะการยึดเกาะถนน อีกทั้งยังทำให้การเปลี่ยนเกียร์รวดเร็วและกระชับขึ้น มีจุดศูนย์ถ่วงของตัวรถที่ต่ำลง อีกทั้งยังมาพร้อมกับรูปโฉมที่เปลี่ยนไป ดูสปอร์ตและโฉบเฉี่ยวมากขึ้น ซึ่งรวมเอาปรัชญาการออกแบบ Dynamic X Solid แบบใหม่ที่ทำให้การออกแบบใหม่ของซูบารุมีความสวยงามด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมการตกแต่งภายในและภายนอกอย่างมีสไตล์ที่ชัดเจน ไฟหน้า ไฟท้าย กระจังหน้า เส้นสายลายข้างตัวรถ และการออกแบบภายในใหม่ทั้งหมด โดยที่กระจังหน้าออกแบบให้โดดเด่นด้วยตะแกรงหกเหลี่ยม, ไฟหน้ารูปตัว C , ออกแบบกันชนหน้าและล้ออลูมิเนียมใหม่ รวมถึงยังคงความสูงจากพื้นดินเอาไว้ที่ 220 มิลลิเมตร และในไต้หวันมีสีตัวถังให้เลือกถึง 9 สีด้วยกัน

รวมทั้งยังติดตั้งเทคโนโลยี High Beam Assist ด้วยกล้องที่ติดบริเวณกระจกมองหลังเพื่อตรวจจับยานพาหนะที่อยู่ด้านหน้าและที่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาใกล้ เพื่อปรับการสูงต่ำของไฟหน้าอัตโนมัติ และกระจกภายในรถยังมีการปรับการสะท้อนแสงอัตโนมัติเพื่อลดแสงจ้า ทำให้การขับในตอนกลางคืนปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ซึ่งที่ไฟหน้านี้มีการปรับทิศทางตามการหมุนของพวงมาลัย รวมทั้งติดตั้ง Subaru Rear View Detection เพื่อความสะดวกสบายและความปลอดภัย ด้วยเซนเซอร์รอบคัน ช่วยตรวจจับจุดบอดและแจ้งเตือนผู้ขับในการเปลี่ยนเลน ระบบเชื่อมต่อการสื่อสารภายในรถด้วยหน้าจอ

โดยในส่วนของราคาจำหน่ายนั้น ดิ ออล-นิว ซูบารุ เอ็กซ์วี ครอสโอเวอร์ (The All-New Subaru XV Crossover) ในประเทศไต้หวัน รุ่น 2.0i-S มีราคาอยู่ที่ 1,080,000 ดอลล่าร์ไต้หวัน หรือราว 1,200,000 บาท ส่วนราคาจำหน่ายในไทยต้องรอการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปีต่อไป แต่นำเข้ามาจำหน่ายทั้งรุ่น 2.0i และ 2.0i-S อย่างแน่นอน และข้อมูลทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลสำหรับรุ่นที่จำหน่ายในไต้หวันเท่านั้น

 

 

เรื่อง/ภาพ: Buddhi Humanroad

ข้อมูลโดย: Humanroadjourney
ติดตามข่าวสาร ยานยนต์และท่องเที่ยว ไลฟ์สไตล์ ได้ที่ www.humanroadjourney.com

 

 

Facebook Comments