ออกเดินทาง “ตามรอยเท้าพ่อ” ไปกับฟอร์ด

ฟอร์ด ประเทศไทย จัดทริปพิเศษเดินทางไปยังจังหวัดน่าน เพื่อ “ตามรอยเท้าพ่อ” เยี่ยมชมโครงการหลวงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ช่วยพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน และร่วมกิจกรรมทำความดีเพื่อคนในชุมชน พร้อมเพลินใจไปกับทัศนียภาพและธรรมชาติที่สวยงาม รวมทั้งพิสูจน์สมรรถนะที่พร้อมลุยไปในทุกอุปสรรคไปกับฟอร์ด เรนเจอร์ และ เอเวอเรสต์ 

fordxnan_41

fordxnan_46

fordxnan_38

สำหรับกิจกรรมตามรอยเท้าพ่อของฟอร์ดในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติและเผยแพร่พระราชกรณียกิจในจังหวัดน่าน โดยตลอดระยะเวลา 70 ปี ที่พสกนิกรชาวไทยได้อยู่ใต้ร่มพระบารมีของพระราชาผู้ทรงธรรม หนึ่งในพระราชกรณียกิจที่สำคัญของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  คือ การเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมเยียนราษฎรในพื้นที่ห่างไกลด้วยน้ำพระทัยที่ทรงห่วงใยประชาชน ทั้งยังทรงคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อช่วยเหลือและยกระดับคุณภาพชีวิตประชากรของพระองค์ให้ดียิ่งขึ้น เมื่อคราวเสด็จฯ เยือนจังหวัดน่าน พระองค์ได้ทรงเลือกน่านเป็นจังหวัดนำร่องสำหรับสืบสานโครงการในพระราชดำริ นำมาซึ่งความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของคนในพื้นที่

fordxnan_58

fordxnan_03

fordxnan_05

เริ่มต้นคาราวานจากโรงแรมน่านตรึงใจมุ่งหน้าออกนอกตัวเมืองสู่อนุสรณีย์วีรกรรม และ พิพิธภัณฑ์ทหาร ณ อำเภอทุ่งช้าง เพื่อสักการะพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ที่ได้พระราชทานให้กับทหารและชาวน่านเพื่อเป็นมิ่งขวัญกำลังใจในการต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายในอดีต

fordxnan_61

fordxnan_60

fordxnan_59

สำหรับ อนุสาวรีย์วีรกรรมพลเรือน ตำรวจ ทหาร เป็นอนุสรณ์สถานที่สร้างขึ้นเพื่อสดุดีวีรกรรมของพลเรือน ตำรวจ ทหาร ที่ได้สละชีวิตร่วมกันต่อสู้เพื่อป้องกันรักษาราชอาณาจักรไทยในเขตอำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน จากผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ไว้ได้ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิด เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2519 จึงถือเอาวันที่ 10 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นวันวางพวงมาลา และบำเพ็ญกุศลแก่วีรชน สืบเนื่องมาถึงปัจจุบัน

fordxnan_48

fordxnan_47

fordxnan_49

ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 1080 สายน่าน-ทุ่งช้าง หลักกิโลเมตรที่ 84 ห่างจากตัวเมืองประมาณ 90 กิโลเมตร มองเห็นได้อย่างชัดเจนเพราะตั้งอยู่บนเนินเขา ตัวอนุสรณีย์เป็นรูปปั้นที่มีพลเรือน ตำรวจ ทหาร กำลังช่วยกันปักธงชาติไทย ที่ด้านข้างมีพิพิธภัณฑ์ทหารทุ่งช้าง จัดแสดงอุปกรณ์สู้รบของทหารและประวัติการสู้รบของทหาร ตำรวจ พลเรือน ในพื้นที่ อ.ทุ่งช้าง

fordxnan_07

fordxnan_06

fordxnan_01

fordxnan_63

fordxnan_64

fordxnan_62

หลังจากนั้น ออกเดินทางไปอุทยานแห่งชาติดอยภูคาซึ่งมีสภาพพื้นที่เป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน มีป่าที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพรรณและสัตว์ป่าที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศน์ ทั้งยังเป็น แหล่งกำเนิดของแม่น้ำหลายสาย เช่น แม่น้ำน่าน ลำน้ำปัว ลำน้ำว้า ที่คอยหล่อเลี้ยงชีวิตของชาวจังหวัดน่าน  ระหว่างการเดินทางไปดอยภูคา แม้ว่าเส้นทางจะคดเคี้ยวมากมาย แต่ฟอร์ด เรนเจอร์ และ เอเวอเรสต์ ให้การขับที่สะดวกสบายและมีพละกำลังที่เหลือล้น ทำให้การขับขึ้นเขาเป็นไปได้อย่างสบาย รวมทั้งระบบความปลอดภัยต่างๆ ที่มีให้ทำให้รู้สึกปลอดภัยในการขับบนเส้นทางที่คดเคี้ยวและสูงชันได้อย่างง่ายดาย เมื่อขึ้นไปถึงยอดดอยก็จัดแจงขนสัมภาระลงมานอนในเต้นท์ที่ทีมงานฟอร์ดจัดเตรียมเอาไว้ให้ เพื่อซึมซับบรรยากาศความเงียบสงบ และอุณหภูมิที่หนาวเย็นอย่างเต็มที่

fordxnan_17

fordxnan_16

fordxnan_14

fordxnan_13

fordxnan_37

fordxnan_15

เช้าวันใหม่ที่ยอดดอยภูคาได้เพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ชมเมฆหมอกบนยอดดอย สัมผัสกับอากาศบริสุทธิ์ ก่อนจะออกเดินทางไปโครงการปิดทองหลังพระ บ้านเปียงก่อ ตำบลขุ่นน่าน หนึ่งในโครงการสืบสานแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อให้ความรู้และฝึกอบรมด้านการพัฒนาพื้นที่ทำกินตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง และการปรับเปลี่ยนจากการถางป่าเพื่อทำไร่ข้าวโพดมาเป็นการทำการเกษตรแบบยั่งยืน

fordxnan_68

fordxnan_09

fordxnan_18

fordxnan_19

fordxnan_20

fordxnan_27

โดยมีแนวทางในการปฏิบัติ 3 ขั้นตอน คือ

  1. แนวปฏิบัติในการประยุกต์เรื่องการบริหารต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ

ต้นน้ำ เป็นแหล่งองค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริจะประกอบด้วยความรู้จากศูนย์ศึกษาการพัฒนาโครงการส่วนพระองค์ โครงการตามพระราชประสงค์ โครงการหลวง โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการในพระบรมราชานุเคราะห์

กลางน้ำ จะเป็นส่วนที่ปิดทองหลังพระ มีบทบาทเป็นสะพานเชื่อมระหว่างต้นน้ำกับปลายน้ำ โดยมุ่งเน้นด้านการจัดการความรู้ การส่งเสริมการพัฒนา และการสร้างภาคีเครือข่ายความร่วมมือ

ปลายน้ำ จะเป็นการบูรณาการระดับพื้นที่ ชุมชน ท้องถิ่น และจังหวัด เพื่อนำองค์ความรู้จากโครงการพระราชดำริเชื่อมโยง และปรับใช้ในแต่ละพื้นที่อย่างเหมาะสมกับภูมิสังคม และภูมิปัญญาชุมชนท้องถิ่น โดยมุ่งเป้าหมายให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข

fordxnan_31

fordxnan_26

fordxnan_25

fordxnan_24

fordxnan_23

fordxnan_22

  1. แนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ 7 ขั้นตอน

ประยุกต์จากหลักการ เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา คือ

  1. การสร้างความเข้าใจกับประชาชน ชุมชน ท้องถิ่น จังหวัด องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และ ภาคีความ ร่วมมือ
  2. การกำหนดพื้นที่ โดยพิจารณาจากภูมิสังคม และสภาพปัญหาแต่ละพื้นที่ที่เป็นเป้าหมายปฏิบัติการพัฒนา
  3. การถ่ายทอดองค์ความรู้และพัฒนาศักยภาพของชุมชน โดยจัดกระบวนการเรียนรู้ ถ่ายทอดความรู้ที่สอดคล้องกับภูมิ สังคมของกลุ่มเป้าหมาย เพื่อเตรียมความพร้อมกลุ่มเป้าหมายก่อนกระบวนการ พัฒนา
  4. การลงมือปฏิบัติ คือ การที่ชุมชนและภาคีทุกภาคส่วนร่วมกันดำเนินการแก้ไขปัญหา และพัฒนาโดยเรียนรู้จากโครง การพระราชดำริ และนำมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับภูมิสังคม ศักยภาพชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น ฯลฯ
  5. การแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการพัฒนาต่อเนื่อง เป็นขั้นตอนที่เน้นการสื่อสารและการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่เกิดขึ้น จากการลงมือปฏิบัติ เพื่อสรุปบทเรียน ข้อค้นพบและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
  6. การให้คำปรึกษาและติดตามอย่างใกล้ชิด เป็นการจัดทีมสนับสนุน ให้คำปรึกษาแก่พื้นที่ที่มูลนิธิปิดทองหลังพระฯ ส่ง เสริมการพัฒนา
  7. การวัดผล เป็นขั้นตอนสุดท้ายเพื่อประเมินผลการดำเนินงานว่า มีผลสำเร็จ หรือมีสิ่งที่ต้องปรับปรุงแก้ไขหรือไม่ อย่าง ไรเพื่อใช้เป็นแนวทางการพัฒนาพื้นที่อื่น ๆ ต่อไป

fordxnan_50

fordxnan_52

DCIM100GOPROGOPR1193.

fordxnan_70

fordxnan_69

3. แนวทางการบูรณาการเชิงพื้นที่

เป็นการเน้นการบริหารจัดการเพื่อนำศักยภาพของพื้นที่และภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนา และให้ความสำคัญต่อการบูรณาการทุนการพัฒนาด้านต่างๆ ในจังหวัด ทั้งความรู้จากศูนย์ศึกษาการพัฒนา งบประมาณ และโครงการพระราชดำริ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาและพัฒนาอย่างสอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่ และตรงกับความต้องการของประชาชน

fordxnan_55

fordxnan_54

fordxnan_35

fordxnan_39

นางสาวศุภรางศุ์ อนุชปรีดา ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร ฟอร์ด ประเทศไทย หัวหน้าทริปการเดินทางในครั้งนี้

อีกวันถัดมาเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจ นั่นคือ การเดินทางไปที่ว่าการอำเภอเวียงสา หลังเก่า (ชื่อเดิมคืออำเภอสา) ซึ่งปรับสภาพให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ และไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ “ม้านั่งไม้ที่ประทับ” เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2501 ทั้งสองพระองค์ประทับม้านั่งไม้ เพื่อโปรดเกล้าให้ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่มาเฝ้ารับเสด็จ ได้กราบบังคมทูลถวายรายงานที่ว่าการอำเภอสา ก่อนจะเสด็จฯออกให้ราษฎรได้เข้าเฝ้าฯ ที่บริเวณหน้ามุขที่ว่าการอำเภอ โดยหน้ามุขนี้เป็นจุดที่ทั้งสองพระองค์เคยประทับยืน…ถือเป็นบุญที่ได้ “เดินตามรอยเท้าพ่อ” จริงๆ

fordxnan_72

fordxnan_73

จากนั้นจึงเดินทางไปทำความดีและสมทบทุนเพื่อสร้างห้องสมุด พร้อมมอบหนังสือเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ รวมไปถึงส่งมอบนิทานและวีดิทัศน์เกี่ยวกับคำสอนของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและอุปกรณ์การเรียนการสอนต่างๆ ให้กับโรงเรียนริมฝั่งว้าวิทยา เป็นการปิดท้ายทริปที่น่าประทับใจและน่าจดจำในครั้งนี้

 

fordxnan_57

fordxnan_53

fordxnan_42

fordxnan_43

fordxnan_44

fordxnan_36

และตลอดการเดินทางไปในที่ต่างๆ ทำให้รู้สึกถึงความยากลำบากในการเดินทางเมื่อครั้งอดีต แต่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ทรงเดินทางไปในทุกถิ่นทุรกันดาร เพื่อให้ประชาชนชาวไทยและทุกชาติพันธุ์ได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งการเดินทาง “ตามรอยเท้าพ่อ” ในครั้งนี้ จะอยู่ในความทรงจำและเป็นแนวทางในการใช้ชีวิตต่อไปตราบนานเท่านาน..

fordxnan_71

fordxnan_65

fordxnan_11

fordxnan_12

 

 

 

เรื่อง: Buddhi Humanroad

ข้อมูลโดย: Humanroadjourney
ติดตามข่าวสาร ยานยนต์และท่องเที่ยว ไลฟ์สไตล์ ได้ที่ www.humanroadjourney.com